⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5509/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5509/2530

พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ม.7, 72

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับว่าไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนมาก่อน และไม่มีการนำสืบหักล้าง ย่อมฟังได้ว่าจำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกร่วมกันมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนดังกล่าวไปใช้ยิงผู้ตาย และผู้เสียหายในทางสาธารณะ แม้โจทก์ไม่ได้อาวุธปืนดังกล่าวมาเป็นของกลาง แต่ตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยรับว่าไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนมาก่อน ซึ่งมีพนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันและจำเลยก็ มิได้ถามค้านหรือนำสืบหักล้างแต่อย่างใด ย่อมฟังได้ว่า จำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ข้อเท็จจริงยังไม่อาจฟังได้ด้วยว่าอาวุธปืนที่จำเลย มีโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอาวุธปืนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนและ ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับตามที่โจทก์ฟ้อง จึงลงโทษ จำเลยฐานมีอาวุธปืนที่ไม่ได้จดทะเบียนไว้ในครอบครองไม่ได้ คงลงโทษได้ แต่เฉพาะข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.72

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก ๒ คนซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันมีอาวุธปืน ๓ กระบอกซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนและไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วร่วมกันใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส และนายขวัญชัย นาควรีตาย โดยมีเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ นายจำลอง นาควรี บิดาของนายขวัญชัย นาควรี ผู้ตายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ลงโทษฐานพยายามฆ่า จำคุก ๑๐ ปี ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุก ๒๐ ปี ฐานมีอาวุธปืน จำคุก ๒ ปี ฐานพกพาอาวุธปืน จำคุก ๑ ปี รวมจำคุก ๓๓ ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะตามฟ้อง คงจำคุกฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น รวม ๓๐ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยกับพวกได้ร่วมกันมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนดังกล่าวไปใช้ยิงผู้ตายและผู้เสียหายในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางสาธารณะ แต่โจทก์ไม่ได้อาวุธปืนดังกล่าวมาเป็นของกลาง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยให้การรับในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การ เอกสารหมาย จ.๔ ว่า จำเลยไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนมาก่อน โดยโจทก์มีร้อยตำรวจโทสาคร ปู่ไทย พนักงานสอบสวนมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยให้การรับตามบันทึกคำให้การดังกล่าว ซึ่งในข้อนี้จำเลยก็มิได้ถามค้านหรือนำสืบหักล้างแต่อย่างใด จึงฟังได้ว่าจำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาต แต่ข้อเท็จจริงยังไม่อาจฟังได้ด้วยว่าอาวุธปืนที่จำเลยมีโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอาวุธปืนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนและไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับตามที่โจทก์ฟ้อง ฉะนั้นจึงลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนที่ไม่ได้จดทะเบียนไว้ในความครอบครองตามที่โจทก์ฟ้องไม่ได้ คงลงโทษได้แต่เฉพาะข้อหาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ จำคุก ๑ ปี รวมโทษฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นที่ศาลอุทธรณ์กำหนดไว้ ๓๐ ปี แล้ว เป็นจำคุก ๓๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5509/2530 พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์ นายจำลอง นาควรี โจทก์ร่วม นายสวัสดิ์ ชื่นชอบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง · โจทก์ร่วม - นายจำลอง นาควรี · จำเลย - นายสวัสดิ์ ชื่นชอบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายวิเทพ ศิริพากย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมพันธ์ น้อยสง่า
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 9114/2552ฎีกา 185/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1336/2553ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2279/2515ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1875/2547ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 4534/2531ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3800/2564ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา