⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 555/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 555/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อจำเลยจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนและบุตรสาวให้พ้นจากภยันตรายอันปรากฏขึ้นเฉพาะหน้าโดยพอสมควรแก่เหตุ.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นมารดาของนางสาว ศ. ซึ่งถูกผู้ตายเข้าไปฉุดคร่าถึงภายในบ้าน โดยนางสาว ศ. ไม่สามารถดิ้นรน ขัดขืนได้เมื่อจำเลยเข้าไปขัดขวางห้ามปรามกลับถูกผู้ตายทำร้ายจนล้มลงการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายไปในเวลาฉุกละหุก 4 นัดติด ๆ กันเป็นเพราะจำเลยไม่มีโอกาสทันพิเคราะห์ว่าผู้ตายมีอาวุธติดตัวหรือไม่ ทั้งไม่มีเวลาไตร่ตรอง ด้วยว่าหากใช้ปืนยิงขู่เพียงนัดเดียวจะทำให้ผู้ตายเกรงกลัวและหยุดการกระทำที่อุกอาจลงได้ประกอบกับผู้ตายเป็นชาย ฉกรรจ์แข็งแรงกว่าจำเลยซึ่งเป็นหญิงและไม่มีทางเลือกที่จะป้องกันด้วยวิธีอื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรณีที่จำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนและบุตรสาวให้พ้นจากการถูกฉุดคร่า ซึ่งเป็นภยันตรายอันปรากฏขึ้นเฉพาะหน้าโดยพอสมควรแก่เหตุ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำเลยให้การปฏิเสธ ผู้เสียหายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 68, 69 ให้จำคุก 6 ปี จำเลยลุแก่โทษเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานและเบิกความเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิของจำเลยและบุตรสาว แม้จะยิงหลายนัด แต่ขณะนั้นเป็นเวลาชุลมุนหลังจากยิงนัดแรกแล้วผู้ตายก็ไม่หยุดยั้ง จำเลยจึงต้องยิงซ้ำอีกมิฉะนั้นผู้ตายอาจเข้าทำร้ายและฉุดคร่าเอาบุตรสาวของจำเลยไปได้จึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จำเลยย่อมไม่มีความผิดพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...การที่ผู้ตายบุกรุกเข้าไปฉุดคร่านางสาวศิริคำบุตรสาวจำเลยเพื่อให้ไปอยู่กับผู้ตายถึงในบ้านของจำเลยแม้บุตรสาวจำเลยปัดป้องดิ้นรนก็หาได้รอดพ้นจากการฉุดค่าของผู้ตายไม่ครั้นจำเลยเข้าขัดขวางห้ามปรามระงับเหตุร้าย กลับถูกผู้ตายทำร้ายจนล้มลง แล้วผู้ตายตรงเข้าไปหาบุตรสาวจำเลยอีก และกำลังจะพาบุตรสาวจำเลยออกจากบ้านไปต่อหน้าจำเลยผู้เป็นมารดาซึ่งขณะนั้นมีแต่ผู้หญิง อีกทั้งจำเลยก็เบิกความว่าจำเลยกลัวบุตรสาวจะถูกทำร้ายจึงยิงไปที่ผู้ตายด้วยความตกใจไม่ทราบว่ากี่นัดซึ่งก็เจือสมกับคำเบิกความของบุตรสาวจำเลยตอบทนายโจทก์ร่วมว่าเสียงปืนดังหลายนัดติด ๆ กัน ไม่ใช่ผู้ตายล้มลงแล้วจึงยิงซ้ำ แสดงว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปทางผู้ตายในทันทีทันใด เพื่อช่วยเหลือบุตรสาวของตนให้พ้นจากภยันตรายที่ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุร้ายขึ้นโดยอุกอาจร้ายแรงภายในบ้านของจำเลย ประกอบกับผู้ตายเป็นชายอยู่ในวัยฉกรรจ์แข็งแรงกว่าจำเลยซึ่งเป็นหญิงมีบุตรแล้ว และตกอยู่ในภาวะที่จะต้องช่วยเหลือบุตรสาวของตนให้พ้นภยันตรายเฉพาะหน้าเช่นนี้ จึงไม่มีช่วงเวลาพอที่จะพินิจพิเคราะห์ว่าผู้ตายมีอาวุธติดตัวมาด้วยหรือไม่ แม้วิญญูชนซึ่งตกอยู่ในภาวะเช่นเดียวกับจำเลยก็ไม่มีเวลาพอที่จะไตร่ตรองว่าสมควรจะใช้อาวุธปืนยิงขู่เพียงนัดเดียวก็พอที่จะทำให้ผู้ตายเกรงกลัวและหยุดการกระทำที่อุกอาจนั้นได้ ดังที่โจทก์ฎีกา เพราะขณะนั้นจำเลยถืออาวุธปืนอยู่ ผู้ตายก็หาได้เกรงกลัวไม่ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปทางผู้ตายในเวลาฉุกละหุกกระทันหัน 4 นัดติด ๆ กัน เช่นนี้จำเลยย่อมไม่มีโอกาสที่จะหยุดคิดเป็นอย่างอื่นนอกจากกระทำไปเพื่อป้องกันให้บุตรสาวของตนรอดพ้นจากการฉุดคร่าของผู้ตายที่ปรากฏอยู่เฉพาะหน้าภายในบ้านของตน และภยันตรายนั้นยังเกิดขึ้นต่อเนื่องกันอยู่โดยไม่มีทางเลือกที่จะป้องกันด้วยวิธีการอื่น ฉะนั้นตามพฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุผลอันสมควรที่วิญญูชนซึ่งตกอยู่ในภาวะเช่นเดียวกับจำเลยจำต้องตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงในทันทีทันใด เพื่อช่วยเหลือบุตรของตนให้พ้นภยันตรายที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรณีที่จำเลยจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนและบุตรสาวให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ปรากฏเฉพาะหน้าโดยพอสมควรแก่เหตุ จึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จำเลยย่อมไม่มีความผิดนั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 555/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ จ่าสิบเอก พร เทียม ปัญญา โจทก์ นาง สงวน จินดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - จ่าสิบเอก พร เทียม ปัญญา · จำเลย - นาง สงวน จินดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สีนวล คงลาภ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ