⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5965/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5965/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมในการทำนิติกรรมของผู้เยาว์ สามารถกระทำได้ด้วยวาจา ลายลักษณ์อักษร หรือพฤติการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำโดยได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมแล้วย่อมสมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 21 มิได้บัญญัติถึงแบบหรือวิธีปฏิบัติในการที่ผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมของผู้เยาว์ไว้ดังนั้นการให้ความยินยอมดังกล่าวจึงกระทำด้วยวาจาลายลักษณ์อักษรหรือพฤติการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เมื่อบิดาและมารดาให้ความยินยอมแก่บุตรผู้เยาว์ในการทำนิติกรรมแล้ว นิติกรรมจึงสมบูรณ์มีผลใช้บังคับได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.21

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบิดาโจทก์ที่ 2 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2525 จำเลยทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกแถวเลขที่ 27/49 ถนนประชาสงเคราะห์ ซึ่งจำเลยเช่าจากผู้อื่นให้โจทก์ที่ 2 ขณะยังไม่บรรลุนิติภาวะ ในราคา 430,000 บาท ชำระมัดจำในวันทำสัญญา 30,000 บาท และจำเลยรับเงินค่าโอนสิทธิการเช่าไปอีก 40,000 บาท จำเลยไม่สามารถจดทะเบียนสิทธิการเช่าให้โจทก์ที่ 2 ได้ เนื่องจากโจทก์ที่ 2 ยังไม่บรรลุนิติภาวะโจทก์ที่ 1 ทราบเรื่องจึงบอกล้างสัญญาดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินที่รับไปจำนวน70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ 2 ทำสัญญารับโอนสิทธิการเช่าตึกแถวโดยได้รับความยินยอมจากบิดามารดาแล้ว โจทก์ที่ 2 ทำนิติกรรมกับจำเลยเพื่อประกอบการค้าอันสมควรแก่ฐานานุรูปของโจทก์ที่ 2 นิติกรรมจึงสมบูรณ์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน 40,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การให้ความยินยอมให้ผู้เยาว์ทำนิติกรรมของผู้แทนโดยชอบธรรมนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 21 มิได้บัญญัติถึงแบบหรือวิธีปฏิบัติอย่างใดไว้ ฉะนั้น ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมจึงอาจทำได้ไม่ว่าจะเป็นด้านวาจา ลายลักษณ์อักษร หรือพฤติการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่แสดงว่ารู้เห็นยินยอมได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 1 และมารดาโจทก์ที่ 2 ให้ความยินยอมในการที่โจทก์ที่ 2 ทำสัญญารับโอนสิทธิการเช่ากับจำเลยแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงสมบูรณ์ใช้บังคับได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5965/2530 นายสำเริง ถีระรักษ์ กับพวก โจทก์ นางฉลวย ศรภาณุ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำเริง ถีระรักษ์ กับพวก · จำเลย - นางฉลวย ศรภาณุ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2302/2518ฎีกา 553/2518ฎีกา 994/2485ฎีกา 114/2488ฎีกา 1370/2494ฎีกา 1008/2514ฎีกา 67/2477ฎีกา 937/2490ฎีกา 244/2511ฎีกา 3496/2537ฎีกา 566/2487ฎีกา 1039/2485ฎีกา 5527/2541ฎีกา 4984/2537ฎีกา 2425/2516ฎีกา 2051/2492ฎีกา 2301/2532ฎีกา 3416/2534ฎีกา 8056/2559ฎีกา 2416/2534ฎีกา 3184/2550ฎีกา 598/2506ฎีกา 856-857/2497ฎีกา 767/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา