⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 553/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 553/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ใช้อำนาจปกครองนำทรัพย์สินของผู้เยาว์ไปเป็นประกันหนี้ของตน โดยผู้เยาว์รู้เห็นยินยอม ถือว่าผู้ใช้อำนาจปกครองได้ให้ความยินยอมในการกระทำนั้นแล้ว และผู้รับประกันมีสิทธิยึดทรัพย์สินนั้นไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองเป็นผู้เยาว์บิดาตายไปแล้ว มารดาโจทก์ไปกู้เงินจำเลยและได้นำโฉนดที่ดินของโจทก์ไปให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันโดยโจทก์รู้เห็นยินยอม กรณีเช่นนี้ไม่อยู่ใต้บัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 และตามพฤติการณ์ถือได้ว่ามารดาผู้ใช้อำนาจปกครองโจทก์ได้ให้ความยินยอมในการกระทำดังกล่าวนั้น ถึงแม้ว่าโจทก์มิใช่ผู้กู้เงินจากจำเลย จำเลยก็มีสิทธิที่จะยึดโฉนดของโจทก์ไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.21 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1546

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรของนายเจียมนางจันทร์ศรี ศรีสมุทร เมื่อบิดาโจทก์ตายแล้ว ๕ ปี มารดาโจทก์ได้สมรสกับนาขำ แผ่นทอง นางสีดา ศรีสมุทรย่าโจทก์ได้ยกที่ดินพร้อมด้วยห้องแถวไม้ ๒ ห้องให้แก่โจทก์ โดยจดทะเบียนการยกให้ตามกฎหมาย โจทก์และมารดาได้เข้าอาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านเรือนที่ย่าโจทก์ยกให้นี้ตลอดมา เพิ่งอพยพไปอยู่จังหวัดแพร่เมื่อ ๕ เดือนมานี้ นางจันทร์ศรีมารดาเป็นผู้ยึดถือโฉนดที่ดินแปลงนี้ไว้แทนโจทก์ ขณะนี้โจทก์ทราบว่ามารดาโจทก์นำโฉนดที่ดินแปลงนี้ไปวางประกันการกู้เงินไว้กับจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิที่จะยึดเอาไว้เป็นประกันเงินกู้ได้ เพราะไม่ใช่ทรัพย์สินของนางจันทร์ศรี โจทก์ขอคืนจำเลยไม่ยอมให้ จึงขอให้บังคับจำเลยคืนโฉนดให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า มารดาโจทก์พร้อมด้วยโจทก์ได้ไปกู้เงินจากจำเลยจำนวน ๑๘,๖๐๐ บาท โดยมารดาโจทก์เป็นคนกู้ ได้นำโฉนดที่ดินเลขที่ ๔๗๒๘ ซึ่งมารดาโจทก์และโจทก์เป็นเจ้าของร่วมมาว่างประกันเงินกู้ จำเลยได้ยึดถือไว้โดยโจทก์ทั้งสองยินยอมทั้งได้มอบอำนาจให้จำเลยทำการจำนอง ขาย ขายฝากได้ ต่อมาโจทก์ต้องการเงินอีก ๖,๐๐๐ บาท จำเลยได้ไปกู้ยืมผู้มีชื่อให้และเอาโฉนดฉบับนั้นไปค้ำประกันเงินกู้ โดยมารดาโจทก์และโจทก์ลงชื่อเป็นผู้กู้ เมื่อครบกำหนดตามสัญญากู้ โจทก์ไม่มีเงินต้นและดอกเบี้ยมาใช้แก่จำเลย มารดาโจทก์กับโจทก์จึงตกลงขายที่ดินให้จำเลยเป็นการชำระหนี้ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์รู้เห็นยินยอมให้นางจันทร์ศรีนำโฉนดที่ดินไปกู้เงินจำเลย โจทก์ฟ้องเรียกโฉนดคืนโดยมารดาโจทก์ยังไม่ได้ชำระเงินกู้ให้จำเลย เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสองได้รู้เห็นยินยอมให้นางจันทร์ศรีมารดาโจทก์นำโฉนดที่ดินของโจทก์ไปให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้ โดยโจทก์ทั้งสองรู้เห็นยินยอมตั้งแต่เริ่มต้นมีการกู้เงินจำเลย และเป็นระยะ ๆ ตลอดมามิใช่เป็นเรื่องที่เพิ่งทราบตามฟ้อง วินิจฉัยว่าพฤติการณ์แห่งคดีถือได้ว่านางจันทร์ศรีมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้เยาว์ได้ให้ความ ยินยอมในการกระทำดังกล่าวแล้ว กรณีไม่อยู่ใต้บทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๔๖ ถึงแม้ว่าโจทก์ทั้งสองมิใช่เป็นผู้กู้เงินจากจำเลย จำเลยก็มีสิทธิที่จะยึดโฉนดที่ดินเลขที่ ๔๗๒๘ ของโจทก์ทั้งสองไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญากู้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 553/2518 นายจรัสศิลป์ ศรีสมุทร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ นายลำภู หาระสาร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจรัสศิลป์ ศรีสมุทร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · ล. - นายลำภู หาระสาร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายวีระ ภูศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2467/2526ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1052/2509ฎีกา 967/2491ฎีกา 1627/2505ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 747/2484ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 4832/2536ฎีกา 4176/2530ฎีกา 279/2513ฎีกา 4240/2565ฎีกา 427/2523ฎีกา 1376/2512ฎีกา 159/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา