⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5977/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5977/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดได้ แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดฐานเป็นตัวการก็ตาม เนื่องจากโทษของผู้สนับสนุนเบากว่าโทษของตัวการ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องและนำสืบว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดกับผู้อื่นแต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพฤติการณ์ของจำเลยเป็นเพียง ผู้สนับสนุนแม้โจทก์จะมิได้บรรยายมาในฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยในฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดได้ ไม่ถือว่าเกินคำขอเพราะการสนับสนุนการกระทำความผิดมีโทษเบากว่าการกระทำความผิดของตัวการตามที่โจทก์ฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับนายบุญเทียมผู้จัดการธนาคารโจทก์ร่วมและนายบรรศักดิ์สมุห์บัญชีธนาคารโจทก์ร่วม สาขาท่าดินแดง ทำหลักฐานเท็จและยักยอกเงินของโจทก์ร่วมไปหลายรายการ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓, ๓๕๔, ๘๓, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๔ ประกอบมาตรา ๘๖ รวม ๔ กระทง จำคุกกระทงละ ๒ ปี รวมจำคุก ๘ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ ๒ ปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้ว ซึ่งข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์ฟังเป็นยุติว่า จำเลยมีส่วนช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกผู้อื่นในการทุจริตยักยอกเงินรายนี้ของโจทก์ร่วม เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด จำเลยฎีกาว่า ทางนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วมมิได้นำสืบพยานว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาเกินคำขอนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์และโจทก์ก็ได้นำสืบไปตามข้อหาดังระบุในฟ้องแล้ว แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพฤติการณ์ของจำเลยเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกผู้อื่นในการยักยอกเงินของโจทก์ร่วมแม้โจทก์จะมิได้บรรยายมาในฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานสนับสนุนการยักยอกทรัพย์ ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยในฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดได้ไม่เกินคำขอ เพราะการสนับสนุนการกระทำความผิดมีโทษเบากว่าการกระทำความผิดของตัวการตามที่โจทก์ฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5977/2530 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ร่วม นายสมชาย รัตนแสงชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นายสมชาย รัตนแสงชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายประพัฒน์ อุชุภาพ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1270/2506ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา