⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6007/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6007/2530

ป.พ.พ. ม.572, 1599, 1600 · ป.อาญา ม.96, 352

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ในการครอบครองใช้ประโยชน์และส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าซื้อย่อมตกทอดแก่ทายาท และทายาทมีอำนาจฟ้องผู้ที่ยักยอกทรัพย์นั้นไปจากตนได้

ย่อคำพิพากษา

แม้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่เช่าซื้อยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อย่อมมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่เช่าซื้อนั้นและมีหน้าที่ต้องส่งคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อใน สภาพเรียบร้อยแก่ผู้ให้เช่าซื้อหากมีกรณีต้องคืน เมื่อบุตรโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวย่อมตกทอดมายังโจทก์ในฐานะทายาทคนหนึ่ง เมื่อจำเลยได้ยักยอกทรัพย์นั้นไปจากโจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหาย จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์มอบรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยซ่อมเป็นเวลานานถึง 8 เดือนเศษ จำเลยไม่ได้แจ้งราคาซ่อมให้โจทก์ทราบ โจทก์น่าจะทราบได้ในขณะนั้นหรือช่วงเวลานั้นแล้วว่าจำเลยเบียดบังเอารถยนต์คันพิพาทเป็นของตนเอง โจทก์นำคดีมาฟ้องเกินระยะเวลา 3 เดือน พ้นกำหนดอายุความเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๒๕๔ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ จำคุกมีกำหนดสามเดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๓ เดือน คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ จำเลยคงฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต้องถือเอาตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นยุติแล้วว่ารถยนต์คันพิพาทเป็นของ บริษัทสยามกลการ จำกัด และอยู่ในระหว่างที่นายปกรณ์ อิทธิวรกิจ บุตรโจทก์เช่าซื้อไป ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๒๖ นายปกรณ์ขับรถยนต์คันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้นายปกรณ์เสียชีวิตและรถยนต์เสียหาย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ดังกล่าวแทนผู้ตายได้ตกลงมอบรถยนต์นั้นให้จำเลยไปซ่อม หลังจากนั้นจำเลยก็ไม่มาติดต่อกับโจทก์อีกเลย ต่อมาวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๗ โจทก์ติดต่อกับจำเลยได้และขอให้จำเลยคิดค่าซ่อมและส่งรถคืน จำเลยไม่ยอมกลับอ้างว่าได้ซื้อรถยนต์คันพิพาทไปจากโจทก์แล้ว โจทก์จึงทราบว่าจำเลยเบียดบังรถยนต์คันดังกล่าวไปในวันนั้น ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาทจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นพิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า รถยนต์คันพิพาทบุตรโจทก์เช่าซื้อมาจากบริษัทสยามกลการ จำกัด แม้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์นั้นยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อย่อมมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่เช่าซื้อนั้น และมีหน้าที่ต้องส่งคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยแก่ผู้ให้เช่าซื้อหากมีกรณีต้องคืน เมื่อบุตรโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวย่อมตกทอดมายังโจทก์ในฐานะทายาทคนหนึ่งเมื่อจำเลยได้ยักยอกทรัพย์นั้นไปจากโจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ที่จำเลยฎีกาเรื่องอายุความว่า โจทก์มอบรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยซ่อมเป็นเวลานานถึง ๘ เดือนเศษ จำเลยไม่ได้แจ้งราคาซ่อมให้โจทก์ทราบ โจทก์น่าจะทราบได้ในขณะนั้นหรือช่วงเวลานั้นแล้วว่าจำเลยเบียดบังเอารถยนต์คันพิพาทเป็นของตนเอง โจทก์นำคดีมาฟ้องเกินระยะเวลา ๓ เดือน นับแต่วันที่โจทก์ได้รู้การกระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่วินิจฉัย ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานยักยอกชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ โดยไม่ได้ระบุวรรคนั้น เห็นสมควรระบุวรรคเสียให้ถูกต้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6007/2530 นางม่วยเกี้ย แซ่เจีย ฯ โจทก์ นายจีระศักดิ์ แซ่ลิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางม่วยเกี้ย แซ่เจีย ฯ · จำเลย - นายจีระศักดิ์ แซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ · ประชา บุญวนิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายประสาน มีลาภ · ศาลอุทธรณ์ - นายเอกชัย วิมานะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1588/2479ฎีกา 8080/2538ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1083/2540ฎีกา 1638/2492ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 11720/2555ฎีกา 991/2548ฎีกา 4432/2534ฎีกา 2610/2538ฎีกา 3588/2564ฎีกา 1813/2531ฎีกา 4303/2530ฎีกา 203/2511ฎีกา 3463/2563ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 272/2501ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา