⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6007/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6007/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ในการครอบครองใช้ประโยชน์และส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าซื้อย่อมตกทอดแก่ทายาท และทายาทมีอำนาจฟ้องผู้ที่ยักยอกทรัพย์นั้นไปจากตนได้

ย่อคำพิพากษา

แม้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่เช่าซื้อยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อย่อมมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่เช่าซื้อนั้นและมีหน้าที่ต้องส่งคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อใน สภาพเรียบร้อยแก่ผู้ให้เช่าซื้อหากมีกรณีต้องคืน เมื่อบุตรโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวย่อมตกทอดมายังโจทก์ในฐานะทายาทคนหนึ่ง เมื่อจำเลยได้ยักยอกทรัพย์นั้นไปจากโจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหาย จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์มอบรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยซ่อมเป็นเวลานานถึง 8 เดือนเศษ จำเลยไม่ได้แจ้งราคาซ่อมให้โจทก์ทราบ โจทก์น่าจะทราบได้ในขณะนั้นหรือช่วงเวลานั้นแล้วว่าจำเลยเบียดบังเอารถยนต์คันพิพาทเป็นของตนเอง โจทก์นำคดีมาฟ้องเกินระยะเวลา 3 เดือน พ้นกำหนดอายุความเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๒๕๔ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ จำคุกมีกำหนดสามเดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๓ เดือน คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ จำเลยคงฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต้องถือเอาตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นยุติแล้วว่ารถยนต์คันพิพาทเป็นของ บริษัทสยามกลการ จำกัด และอยู่ในระหว่างที่นายปกรณ์ อิทธิวรกิจ บุตรโจทก์เช่าซื้อไป ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๒๖ นายปกรณ์ขับรถยนต์คันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้นายปกรณ์เสียชีวิตและรถยนต์เสียหาย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ดังกล่าวแทนผู้ตายได้ตกลงมอบรถยนต์นั้นให้จำเลยไปซ่อม หลังจากนั้นจำเลยก็ไม่มาติดต่อกับโจทก์อีกเลย ต่อมาวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๗ โจทก์ติดต่อกับจำเลยได้และขอให้จำเลยคิดค่าซ่อมและส่งรถคืน จำเลยไม่ยอมกลับอ้างว่าได้ซื้อรถยนต์คันพิพาทไปจากโจทก์แล้ว โจทก์จึงทราบว่าจำเลยเบียดบังรถยนต์คันดังกล่าวไปในวันนั้น ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาทจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นพิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า รถยนต์คันพิพาทบุตรโจทก์เช่าซื้อมาจากบริษัทสยามกลการ จำกัด แม้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์นั้นยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อย่อมมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่เช่าซื้อนั้น และมีหน้าที่ต้องส่งคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยแก่ผู้ให้เช่าซื้อหากมีกรณีต้องคืน เมื่อบุตรโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวย่อมตกทอดมายังโจทก์ในฐานะทายาทคนหนึ่งเมื่อจำเลยได้ยักยอกทรัพย์นั้นไปจากโจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ที่จำเลยฎีกาเรื่องอายุความว่า โจทก์มอบรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยซ่อมเป็นเวลานานถึง ๘ เดือนเศษ จำเลยไม่ได้แจ้งราคาซ่อมให้โจทก์ทราบ โจทก์น่าจะทราบได้ในขณะนั้นหรือช่วงเวลานั้นแล้วว่าจำเลยเบียดบังเอารถยนต์คันพิพาทเป็นของตนเอง โจทก์นำคดีมาฟ้องเกินระยะเวลา ๓ เดือน นับแต่วันที่โจทก์ได้รู้การกระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่วินิจฉัย ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานยักยอกชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ โดยไม่ได้ระบุวรรคนั้น เห็นสมควรระบุวรรคเสียให้ถูกต้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6007/2530 นางม่วยเกี้ย แซ่เจีย ฯ โจทก์ นายจีระศักดิ์ แซ่ลิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางม่วยเกี้ย แซ่เจีย ฯ · จำเลย - นายจีระศักดิ์ แซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ · ประชา บุญวนิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายประสาน มีลาภ · ศาลอุทธรณ์ - นายเอกชัย วิมานะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1588/2479ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8080/2538ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 6416/2541ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 991/2548ฎีกา 4432/2534ฎีกา 540/2485ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1028/2564ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา