⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 737/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องโจทก์ที่บรรยายถึงมูลหนี้ที่มาแห่งการที่โจทก์ได้รับเช็คมานั้น ถือว่าแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ดอกเบี้ยตามเช็คจะเริ่มคิดนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ไม่ใช่วันที่เช็คถึงกำหนดชำระ

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายชัดแจ้งแล้วว่า โจทก์ได้รับเช็คพิพาทมาโดยมีผู้นำมาแลกเงินสดไปจากโจทก์ ซึ่งแสดงถึงมูลหนี้ที่มาแห่งการที่โจทก์ได้รับเช็คพิพาทแล้ว. ส่วนเรื่องผู้ใดเป็นผู้นำเช็คพิพาทมาแลกเงินสดจากโจทก์ ที่ไหนอย่างไร นั้น เป็นเพียงรายละเอียดซึ่งโจทก์อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นครบถ้วนแล้วไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมแต่อย่างใด โจทก์ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท ที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่เช็คพิพาทถึงกำหนดชำระเงินซึ่งเป็นคนละวันกับวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น นอกจากจะเกินคำขอแล้วยังเป็นการไม่ถูกต้องเนื่องจากจำเลยยังมิได้ตกเป็นผู้ผิดนัดจนกว่าธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงิน ข้อนี้แม้จะมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็ชอบที่จะแก้ไขเสียให้ถูกต้อง.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.205 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายและส่งมอบชำระหนี้ให้แก่บุคคลอื่นแล้วบุคคลนั้นนำมาแลกเงินสดไปจากโจทก์แต่เมื่อถึงกำหนด โจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน ปรากฎว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงขอให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองเช็คพิพาททั้งสองฉบับซึ่งเรียกเก็บเงินไม่ได้...ในปัญหาแรกเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น จำเลยอ้างว่าโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้รับเช็คพิพาทมาจากใครเพื่อชำระหนี้อะไรที่ไหนอย่างไร จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม เห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายชัดแจ้งแล้วว่าโจทก์ได้รับเช็คพิพาทมาโดยมีผู้นำมาแลกเงินสดไปจากโจทก์ ซึ่งแสดงถึงมูลหนี้ที่มาแห่งการที่โจทก์ได้รับเช็คพิพาทแล้ว ส่วนเรื่องผู้ใดเป็นผู้นำเช็คพิพาทมาแลกเงินสดจากโจทก์ที่ไหนอย่างไร นั้น เป็นเพียงรายละเอียดซึ่งโจทก์อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นครบถ้วนแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมแต่อย่างใด ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น... แต่คดีนี้ โจทก์ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่เช็คพิพาทแต่ละฉบับถึงกำหนดชำระเงิน ซึ่งเป็นวันที่แตกต่างกับวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น นอกจากจะเกินคำขอแล้ว ยังเป็นการไม่ถูกต้องเนื่องจากจำเลยยังมิได้ตกเป็นผู้ผิดนัดจนกว่าธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงิน ข้อนี้แม้จะมิได้มีฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็ชอบที่จะแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาทแต่ละฉบับ ทั้งนี้ เมื่อคำนวณถึงวันฟ้องแล้ว ต้องไม่เกินกว่า 9,716 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ไม่ได้แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2530 นายโมอันซิงห์ นารัง โจทก์ นายพงษ์สันต์ ตั้งนิมิตรจิต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโมอันซิงห์ นารัง · จำเลย - นายพงษ์สันต์ ตั้งนิมิตรจิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ