⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 86/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกร่วมกันต้องจัดการมรดกร่วมกัน หากผู้จัดการมรดกรายใดจัดการมรดกไปโดยพลการโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้จัดการมรดกอีกรายหนึ่ง และมิใช่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน อาจเป็นเหตุให้ถูกถอดถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้คัดค้านและผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันของผู้ตาย ปรากฏว่าผู้คัดค้านจัดการมรดกไปโดยที่ผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือได้รับความยินยอมจากทายาทอื่น และมิใช่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เป็นพฤติการณ์ส่อแสดงถึงผู้คัดค้านจัดการมรดกไปตามอำเภอใจ โดยมิได้ทำหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทหากยังคงให้เป็นผู้จัดการมรดกต่อไปอาจทำให้ผู้ร้องหรือทายาทอื่นได้รับความเสียหายได้ จึงมีเหตุสมควรถอดถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดก.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1726 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1727 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1728

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลได้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดก (ไม่มีพินัยกรรม) ของนางรวงมากทอง ผู้ตาย ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้คัดค้านกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกขอให้ถอดถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดกและให้ผู้ร้องมีอำนาจจัดการมรดกแต่ผู้เดียว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ทรัพย์สินกองมรดกยังอยู่ครบถ้วนและผู้คัดค้านยังยินดีจะจัดการทรัพย์มรดกต่อไปผู้ร้องไม่ให้ความร่วมมือขอให้ถอดถอนผู้ร้องและให้ผู้คัดค้านมีอำนาจจัดการมรดกแต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเพิกถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางรวง มากทอง ผู้ตายและให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้แต่ผู้เดียว ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของนางรวง มากทอง ผู้ตายและผู้คัดค้าน ศาลมีคำสั่งตั้งให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านาร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนางรวง ผู้ตายซึ่งไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ปัญหาตามที่ผู้คัดค้านฎีกาขอให้ถอดถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียวนั้นผู้ร้องนำสืบว่าผู้คัดค้านได้กระทำการให้ทรัพย์มรดกลดน้อยถอยลงโดยก่อนที่ศาลตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านได้ยกที่ดินตั้งอยู่ที่ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ราคาประมาณ 600,000 บาท ถวายวัด กับขายที่ดินตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ ราคา 1 ล้าน 6 แสนบาท แล้วเอาเงินค่าขายที่ดินถวายวัดและรื้อห้องแถวจำนวน 23 ห้อง ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวเอาไม้ถวายวัดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องตลอดจนบุตรคนอื่นของเจ้ามรดก ผู้คัดค้านเก็บเงินค่าเช่าห้องแถวกับค่าเช่าที่นามรดกไว้ใช้สอยส่วนตัวแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่ได้แบ่งให้บุตร และภายหลังจากได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการมรดกแล้วก็มิได้ทำบัญชีทรัพย์มรดก ทั้งๆ ที่เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดกทั้งหมดอยู่กับผู้คัดค้าน ส่วนผู้คัดค้านนำสืบโต้แย้งว่า ที่ดินที่ยกถวายวัดกับที่ดินที่ขายเอาเงินถวายวัดเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของผู้คัดค้าน แต่ปรากฏว่า ข้อกล่าวอ้างของผู้คัดค้านนั้น คดีได้ความจากตัวผู้คัดค้านในชั้นไต่สวนก่อนที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกว่าผู้คัดค้านได้ขายที่ดินซึ่งผู้คัดค้านกับนางรวงเจ้ามรดกเป็นเจ้าของร่วมกันไปในราคา 1 ล้าน 6 แสนบาท และนำเงินค่าขายที่ดินไปบริจารให้มูลนิธิและทำบุญตามวัดในจังหวัดสุรินทร์ คงเหลือเงินเพียง 200,000 บาท ที่ดินที่ขายไปนั้นมีห้องแถวปลูกอยู่บนที่ดิน 23 ห้อง มีรายได้จากการให้เช่าห้องแถวประมาณเดือนละ4,000 บาทและผู้คัดค้านได้เบิกความยอมรับในชั้นที่ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งถอดถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดกว่าห้องแถวนั้นเป็นทรัพย์สินของเจ้ามรดกและผู้คัดค้านร่วมกันผู้คัดค้านไม่เคยนำเงินที่ได้จากการขายที่ดิน ค่าเช่าห้องแถวและค่าเช่านาแบ่งให้บุตรผู้คัดค้านได้รื้อห้องแถวเอาไม้ถวายวัดภายหลังจากได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้จัดการมรดกย่อมเป็นตัวแทนของทายาททั้งปวง ต้องรับผิดต่อทายาท มีหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท และในกรณีที่มีผู้จัดการมรดกหลายคน ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งคนใดจะจัดการมรดกไปโดยลำพังไม่ได้ แต่การที่ผู้คัดค้านจัดการมรดกไปโดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือได้รับความยินยอมจากทายาทอื่น และมิใช่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน นั้น เป็นพฤติการณ์ส่อแสดงถึงผู้คัดค้านจัดการมรดกไปตามอำเภอใจ โดยมิได้ทำหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท หากยังคงให้เป็นผู้จัดการมรดกต่อไป อาจทำให้ผู้ร้องหรือทายาทอื่นได้รับความเสียหายได้ กรณีมีเหตุสมควรที่ศาลจะถอดถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดก และให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกแต่คนเดียวได้ ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2530 นางสาว ทศ พินทร์ มาก ทอง ผู้ร้อง นาย เล็ก มาก ทอง ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางสาว ทศ พินทร์ มาก ทอง · ผู้คัดค้าน - นาย เล็ก มาก ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4639/2540ฎีกา 5843/2538ฎีกา 6386/2537ฎีกา 453/2521ฎีกา 2210/2559ฎีกา 174/2524ฎีกา 7706/2548ฎีกา 9317/2556ฎีกา 1163/2539ฎีกา 6057/2541ฎีกา 3936/2528ฎีกา 6192/2533ฎีกา 2621/2534ฎีกา 3011/2543ฎีกา 4289/2534ฎีกา 1726/2536ฎีกา 2621/2531ฎีกา 699/2536ฎีกา 5524/2533ฎีกา 4503/2565ฎีกา 1107/2541ฎีกา 96/2516ฎีกา 2359/2521ฎีกา 1840/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา