⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 882/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งรับฝากเงินจากบุคคลที่สามเพื่อนำไปชำระแก่บุคคลอื่นนั้น เป็นการรับไว้ในฐานะตัวแทนของบุคคลที่สาม โดยไม่มีนิติสัมพันธ์หรือเป็นลูกหนี้ของบุคคลผู้รับเงินนั้นโดยตรง

ย่อคำพิพากษา

รายงานประจำวันมีข้อความว่า โจทก์ทั้งสามพร้อมด้วยจำเลยไปแจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2526 ส. ได้นำเงินจำนวน80,616 บาท มาไว้กับจำเลยเพื่อที่ให้มาจ่ายแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน59,866 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 11,215 บาท และโจทก์ที่ 3 จำนวน9,535 บาท จำเลยได้เก็บรักษาไว้แล้ว และได้พากันมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่าในวันที่ 28 มีนาคม2526 จำเลยจะจัดการเคลีย เงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ เอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความในทำนองตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทที่มีอยู่แล้วหรือที่จะมีขึ้นภายหลัง ทั้งไม่ปรากฏมูลหนี้ใด ๆ ที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ จึงไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ การที่จำเลยรับฝากเงินจาก ส. เพื่อนำไปชำระให้แก่โจทก์ทั้งสามเป็นการรับไว้ในฐานะตัวแทนของ ส. เพื่อไปชำระให้โจทก์จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์และไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ โจทก์เป็นเจ้าหนี้ต่อตัวการอย่างไรคงเป็นเจ้าหนี้อยู่เช่นเดิม จำเลยไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยไป 3 สำนวนมีใจความทำนองเดียวกันว่าจำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ทั้งสามว่าจะชำระเงินให้โจทก์ แล้วจำเลยไม่ชำระให้ตามกำหนด จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ชำระเงินแก่โจทก์ตามสัญญา จำเลยทั้งสามสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่สัญญาประนีประนอม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ทั้งสามพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาว่ารายงานประจำวัน...ซึ่งมีข้อความว่า โจทก์ทั้งสามพร้อมด้วยจำเลยไปแจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์2526 นายสว่าง อินสถิตย์ได้นำเงินจำนวน 80,616 บาท มาไว้กับจำเลยเพื่อที่ให้มาจ่ายแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 59,866 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน11,215 บาท และโจทก์ที่ 3 จำนวน 9,535 บาท จำเลยได้เก็บรักษาไว้แล้วและได้พากันมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่าในวันที่ 28 มีนาคม 2526 จำเลยจะมาจัดการเคลียเงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสามนั้น เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่าเอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความในทำนองว่า มีข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทที่มีอยู่แล้วหรือที่จะมีขึ้นภายหลัง ทั้งไม่ปรากฎมูลหนี้ใด ๆ ที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ เอกสารหมาย จ.1 จึงไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อความตามเอกสารดังกล่าวเป็นเรื่องจำเลยรับฝากเงินจากนายสว่าง อินสถิตย์ เพื่อนำไปชำระให้แก่โ่จทก์ทั้งสามต่อมาจำเลยไปตกลงกับโจทก์ทั้งสามว่าจะชำระให้ในวันที่ 28 มีนาคม2526 จำเลยรับเงินไว้ในฐานะตัวแทนของนายสว่างเพื่อนำไปชำระให้โจทก์จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์และไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ การที่จำเลยไปตกลงว่าจะชำระเงินให้โจทก์ในวันใดเป็นการตกลงกำหนดวันชำระเงิน เป็นการกระทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในฐานะตัวแทนเมื่อถึงวันนัดจำเลยไม่ชำระเงิน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ต่อตัวการอย่างไร ก็คงเป็นเจ้าหนี้อยู่เช่นเดิม จำเลยไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว กรณีดังกล่าวโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัวศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2530 นาง ประจวบ จุล กลับ กับพวก โจทก์ นาง จรูญ จิราพงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ประจวบ จุล กลับ กับพวก · จำเลย - นาง จรูญ จิราพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 6/2475ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 6911/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 158/2509ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ