⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 882-884/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882-884/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งรับเงินไว้ในฐานะตัวแทนเพื่อนำไปชำระแก่บุคคลอื่น และตกลงจะชำระเงินในวันใดวันหนึ่ง เป็นการทำตามหน้าที่ของตัวแทนเท่านั้น บุคคลนั้นไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว และเอกสารดังกล่าวไม่ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ.

ย่อคำพิพากษา

รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของพนักงานสอบสวนมีข้อความว่าโจทก์ทั้งสามพร้อมด้วยจำเลยไปแจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2526 ส. ได้นำเงินจำนวนหนึ่งมาไว้กับจำเลยเพื่อที่ให้มาจ่ายแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยได้เก็บรักษาไว้แล้วและได้พากันมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่าในวันที่ 28 มีนาคม 2526 จำเลยจะมาจัดการเคลียเงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสามรายงานดังกล่าวไม่มีข้อความในทำนองว่ามีข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทที่มีอยู่แล้วหรือที่จะมีขึ้นภายหลัง ทั้งไม่ปรากฏมูลหนี้ใด ๆ ที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ ข้อความในเอกสารดังกล่าวเป็นเรื่องจำเลยรับเงินไว้ในฐานะตัวแทนของ ส.เพื่อนำไปชำระให้โจทก์ การตกลงชำระเงินให้โจทก์ในวันใดก็เป็นการทำตามหน้าที่ของตัวแทนเท่านั้นจำเลยไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว เอกสารดังกล่าวจึงไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่า จำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ว่าจะนำเงินค่าข้าวเปลือกมาชำระให้แก่โจทก์ทั้งสามภายในวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๖ เมื่อถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสาม ขอให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสามพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่มีมูลหนี้ต่อกัน เอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความจำเลยไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ทั้งสามพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสามสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ปัญหาว่ารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.๑ ซึ่งมีข้อความว่าโจทก์ทั้งสามพร้อมด้วยจำเลยไปแจ้งว่าเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ นายสว่างอินสถิตย์ ได้นำเงินจำนวน ๘๐,๖๐๖ บาทมาไว้กับจำเลยเพื่อที่ให้มาจ่ายแก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๕๙,๘๖๖ บาท โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๑๑,๒๐๕ บาท และโจทก์ที่ ๓ จำนวน ๙,๕๓๕ บาท จำเลยได้เก็บรักษาไว้แล้วและได้พากันมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่าในวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๖ จำเลยจะมาจัดการเคลียเงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสามนั้น เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า เอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความในทำนองว่า มีข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทที่มีอยู่แล้วหรือที่จะมีขึ้นภายหลัง ทั้งไม่ปรากฏมูลหนี้ใดๆ ที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ เอกสารหมาย จ.๑ จึงไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความข้อความตามเอกสารดังกล่าวเป็นเรื่องจำเลยรับฝากเงินจากนายสว่างเพื่อนำไปชำระให้แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยรับเงินไว้ในฐานะตัวแทนของนายสว่าง จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์และไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ การที่จำเลยไปตกลงว่าจะชำระเงินให้โจทก์ในวันใด เป็นการตกลงกำหนดวันชำระเงิน เป็นการกระทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในฐานะตัวแทน เมื่อถึงวันนัดจำเลยไม่ชำระเงิน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ต่อตัวการอย่างไร ก็คงเป็นเจ้าหนี้อยู่เช่นเดิม จำเลยไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวกรณีดังกล่าวโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882 - 884/2530 นางประจวบ จุลกลับ กับพวก โจทก์ นางจรูญ จิราพงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประจวบ จุลกลับ กับพวก · จำเลย - นางจรูญ จิราพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายเชาวน์ จันทนชูกลิ่น · ศาลอุทธรณ์ - นายรุทธ์ ถนอมกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 225/2530ฎีกา 3191/2547ฎีกา 597/2534ฎีกา 2335/2551ฎีกา 2763/2536ฎีกา 6258/2550ฎีกา 710/2542ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 2438/2535ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 5811/2533ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 158/2509ฎีกา 3190/2530ฎีกา 308/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา