⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 946/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างโดยไม่ดำเนินการตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์จะไม่มีผลบังคับ และการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมย่อมทำให้ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าได้

ย่อคำพิพากษา

ประกาศของจำเลยเรื่องการลาออกเนื่องจากเกษียณอายุกำหนดให้พนักงานตั้งแต่หัวหน้าแผนกขึ้นไปที่มีอายุครบ 60 ปี เกษียณอายุในวันสิ้นรอบปีบัญชีของจำเลย เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 10 การที่จำเลยออกระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับต่อมากำหนดให้พนักงานหญิงเกษียณเมื่ออายุครบ 45 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างหญิง และจำเลยมิได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 13 ถึงมาตรา 19 ระเบียบและข้อบังคับฉบับหลังจึงไม่มีผลบังคับเพราะขัดกับมาตรา 20 จำเลยจะให้โจทก์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกของจำเลยออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุก่อนโจทก์มีอายุครบ 60 ปีหาได้ไม่ การเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ศาลแรงงานกลางเห็นว่าเอกสารท้ายฟ้องและที่คู่ความส่งต่อศาลกับคำแถลงของคู่ความเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้ จึงสั่งงดสืบพยานคู่ความ แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพิพากษายกฟ้อง เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำนวนเงินประเภทต่าง ๆ ที่โจทก์เรียกร้องมาเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางยังมิได้พิจารณาศาลฎีกาย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ในส่วนนี้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.56 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตำแหน่งหัวหน้าแผนกบัญชีและการเงิน จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ครบเกษียณอายุ ๔๕ ปี พร้อมกับจ่ายเงินสะสม เงินสมทบ และค่าชดเชยตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเพราะจำเลยได้ออกประกาศกำหนดเกณฑ์เกษียณอายุของพนักงานตั้งแต่หัวหน้าแผนกขึ้นไปให้เกษียณอายุเมื่อ ๖๐ ปี จำเลยออกระเบียบข้อบังคับภายหลังว่าให้พนักงานหญิงเกษียณอายุ ๔๕ ปี ีโดยมิได้ยกเลิกประกาศเดิม และโจทก์มิได้ตกลงด้วยจึงขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยซึ่งกำหนดให้พนักงานหญิงเกษียณอายุเมื่อ ๔๕ ปี ประกาศที่โจทก์อ้างนั้นเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับเกี่ยวกับการจ่ายเงินสะสม เงินสมทบซึ่งจำเลยประกาศใช้เพื่อเป็นการช่วยเหลือพนักงานของจำเลย และจำเลยไม่จำต้องบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางเห็นว่า เอกสารท้ายฟ้องและเอกสารที่คู่ความส่งต่อศาลและคำแถลงของคู่ความเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับใหม่ซึ่งยกเลิกฉบับเดิมแล้ว ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ประกาศของจำเลยเรื่องการลาออกเนื่องจากเกษียณอายุที่กำหนดให้พนักงานตั้งแต่หัวหน้าแผนกขึ้นไปที่มีอายุครบ ๖๐ ปี เกษียณอายุในวันสิ้นรอบปีบัญชีของจำเลย เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๐ การที่จำเลยออกระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับหลังที่กำหนดให้พนักงานหญิงเกษียณอายุครบ ๔๕ ปีนั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งจำเลยมิได้แจ้งข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบและข้อบังคับดังกล่าวให้ลูกจ้างทราบเป็นหนังสือ และดำเนินการให้มีการเจรจาตกลงกันระหว่างจำเลยกับลูกจ้าง หรือตัวแทนของทั้งสองฝ่าย และนำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไปจดทะเบียนต่ออธิบดีกรมแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมแรงงานมอบหมายตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ถึงมาตรา ๑๙ แต่อย่างใดไม่ ดังนั้นระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับหลังที่ให้พนักงานหญิงของจำเลยซึ่งรวมทั้งโจทก์ด้วยเกษียณอายุเมื่ออายุครบ๔๕ ปี จึงไม่มีผลบังคับเพราะขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๐ ต้องใช้ประกาศของจำเลยเรื่องการลาออกเนื่องจากเกษียณอายุฉบับลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๒ บังคับจำเลยจะให้โจทก์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกของจำเลยออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุก่อนโจทก์มีอายุครบ ๖๐ ปี หาได้ไม่ เพราะฉะนั้นการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ส่วนจำนวนเงินประเภทต่าง ๆ ที่โจทก์เรียกร้องมาตามฟ้องนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาในปัญหาข้อนี้ต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาปัญหาดังกล่าวข้างต้น แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2530 นางสุมนา อัศวรักษ์ โจทก์ บริษัทไทยโทเรเท็กซ์ไทล์มิลลส์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุมนา อัศวรักษ์ · จำเลย - บริษัทไทยโทเรเท็กซ์ไทล์มิลลส์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2328/2533ฎีกา 768/2533ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1873/2530ฎีกา 8108/2542ฎีกา 62/2539ฎีกา 859/2527ฎีกา 2520/2544ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1660/2518ฎีกา 4369/2530ฎีกา 2898/2538ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1166/2491ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 2725/2530ฎีกา 674/2549ฎีกา 5285/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา