คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องที่เสียไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาแต่ต้น แม้จะมีการแก้ไขในภายหลัง ก็ไม่ทำให้ฟ้องนั้นกลับคืนดีได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์ที่ 2 ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องคดีแทนดังที่กล่าวในฟ้อง ฟ้องของโจทก์ที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณามาแต่แรก แม้ต่อมาโจทก์ที่ 2 จะได้ยื่นใบมอบอำนาจที่แท้จริงต่อศาล ก็หาทำให้ฟ้องที่เสียใช้ไม่ได้มาแต่ต้นกลับคืนดีขึ้นมาในภายหลังไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของนายเกอะผู้ตายให้แก่โจทก์ทั้งสองผู้เป็นทายาทครึ่งหนึ่งหากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและหากการแบ่งทรัพย์ไม่เป็นที่ตกลง ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินแบ่งตามส่วน
จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ที่ ๒ ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ ๑ ฟ้องคดี โจทก์ทั้งสองไม่เป็นทายาทของนายเกอะผู้ตายและจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทด้วยความสงบ เปิดเผย โดยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่า ๒๐ ปี จึงได้กรรมสิทธิ์แล้ว
นายม้น เสียงเปรม ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตโดยให้เรียกเป็นจำเลยที่ ๓
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ แบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ทั้งสองครึ่งหนึ่ง หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้นำออกขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งตามส่วน
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้สืบสันดานของนายเกอะผู้ตายและมีสิทธิรับมรดกส่วนที่นายฮงบิดาของโจทก์ทั้งสองได้รับจากนายเกอะผู้ตาย สำหรับจำเลยนั้นพฤติการณ์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทด้วยความสงบเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่า ๑๐ ปี จำเลยจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ ๒ ว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่ ๒ ได้ลงชื่อในใบมอบอำนาจให้โจทก์ที่ ๑ ฟ้องคดีแทน ฟ้องของโจทก์ที่ ๒ ก็ไม่เป็นฟ้องอันชอบด้วยวิธีพิจารณามาแต่เมื่อแรกฟ้อง ถึงแม้ต่อมาภายหลังโจทก์ที่ ๒ จะได้ทำใบมอบอำนาจที่แท้จริงยื่นเข้ามา ก็หาทำให้ฟ้องของโจทก์ที่ ๒ เสียใช้ไม่ได้มาแต่ต้นแล้วนั้นกลับคืนดีเป็นฟ้องอันชอบด้วยวิธีพิจารณาขึ้นมาในภายหลังได้ไม่
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในส่วนของโจทก์ที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ แบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์ที่ ๑ หนึ่งในสี่ส่วน นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2530
นายบรรจง พึ่งเนตร กับพวก โจทก์
นางสาวจำเนียร เสียงเปรม กับ
พวก จำเลย
นายม้น เสียงเปรม จำเลยร่วม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบรรจง พึ่งเนตร กับพวก · กับ - นางสาวจำเนียร เสียงเปรม · จำเลย - พวก · จำเลยร่วม - นายม้น เสียงเปรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายประเสริฐ จันทรเวช · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา