คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีปิดคำคู่ความ จะสมบูรณ์ต่อเมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ส่งโดยวิธีดังกล่าวแล้วเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
การที่พนักงานเดินหมายจัดส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องโดยการปิดคำคู่ความไว้ที่สำนักทำการงานของจำเลย โดยที่ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งให้ส่งโดยวิธีปิดคำคู่ความนั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยชอบแล้ว.(ที่มา-ส่งเสริม)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยที่ 1 ชำระราคาตามสัญญาซื้อขาย และบังคับชำระหนี้จำเลยที่ 2, 3 และ 4 ในฐานะผู้ค้ำประกัน
จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำให้การต่อสู้คดี
พนักงานเดินหมายได้จัดส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 4 โดยการปิดหมาย จำเลยที่ 4 ไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 4 มีภูมิลำเนาอยู่หลายแห่งไม่ทราบว่าถูกฟ้อง เมื่อจำเลยที่ 2 บอกว่าถูกฟ้อง จึงขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วยกคำร้อง จำเลยที่ 4ยื่นคำแถลงโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ร่วมกันชำระเงินให้โจทก์
จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ 4 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 4 ระบุว่าจำเลยที่ 4 มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดอุตรดิตถ์ แต่ส่งหมายเรียกให้จำเลยที่ 4 ไม่ได้เพราะย้ายที่อยู่โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องว่าจำเลยที่ 4 ทำงานอยู่ที่บริษัทซันโยยูนิเวอร์แซลอีเล็คทริค จำกัด เลขที่ 19 ซอยอุดมสุข (ซอย 103) ถนนสุขุมวิท แขวงหนองบอน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องและมีคำสั่งให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 4 ตามที่อยู่ที่ขอแก้ไขใหม่ พนักงานเดินหมายได้จัดส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 4 โดยการปิดคำคู่ความไว้ที่สำนักทำการงานของจำเลยที่ 4 โดยที่ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งให้ส่งโดยวิธีปิดคำคู่ความ เห็นว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 4 ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยชอบ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การ และมีคำสั่งยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยที่ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 4 ต่อไป ฎีกาของจำเลยที่ 4ฟังขึ้น
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งว่า จำเลยที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การ โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ยื่นคำให้การ แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่'.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2531
บริษัท ไทย บริติซ พาณิชย์ จำกัด ฯ โจทก์
บริษัท มิต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท ไทย บริติซ พาณิชย์ จำกัด ฯ · จำเลย - บริษัท มิต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา