⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1240/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ภูมิลำเนาของหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล คือสถานที่ประกอบกิจการของหุ้นส่วนนั้น 2. การยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ต้องยื่นภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่มีการยึดทรัพย์ ไม่ใช่นับจากวันขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งห้าร่วมกันเป็นหุ้นส่วนมิได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใช้ชื่อทางการค้าว่าสหพรลิ้มการช่าง ได้ร่วมกันก่อสร้างตึกแถวให้เช่า และใช้ตึกแถวมีป้ายชื่อว่าสหพรลิ้มการช่าง เป็นสำนักงานติดต่อกับโจทก์และบุคคลทั่วไป ดังนี้ ตึกแถวชื่อสหพรลิ้มการช่างเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการก่อสร้างตึกให้เช่าของจำเลยทั้งห้าเมื่อส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ได้เพราะจำเลยทั้งห้าไปต่างจังหวัด การที่เจ้าพนักงานศาลปิดหมายไว้ตามคำสั่งศาล จึงเป็นการส่งโดยชอบ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ที่จำเลยเป็นหุ้นส่วนอยู่เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2525 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่วันที่ 8 ธันวาคม 2526 อันเป็นเวลาพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์แล้ว จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ทั้งกรณีมิใช่เป็นการบังคับตามคำพิพากษาโดยวิธีอื่นแต่เป็นการบังคับตามคำพิพากษาโดยวิธียึดทรัพย์ และการขายทอดตลาดก็เป็นวิธีการที่สืบเนื่องมาจากการยึดทรัพย์นั่นเองระยะเวลาหกเดือนต้องนับแต่วันที่ยึดทรัพย์ มิใช่นับจากวันขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าให้ชำระหนี้ค่าซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินจำนวน ๘๕,๓๐๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยทั้งห้าไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์คือตึกแถวเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๒๕ และขายทอดตลาดเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๒๖ จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่าจำเลยที่ ๓ ขอให้พิจารณาใหม่ได้หรือไม่ โดยจำเลยที่ ๓ ยื่นฎีกาแยกปัญหาออกเป็นสองประเด็นคือ ข้อแรกจำเลยที่ ๓ ทราบฟ้องโดยชอบแล้วหรือไม่และข้อหลังจำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งตามประเด็นข้อแรกเจ้าพนักงานศาลได้นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้จำเลยทั้งห้าที่ภูมิลำเนาในคำฟ้องไม่พบจำเลยทั้งห้า พบแต่นายสมชาย พูลทรัพย์ แจ้งว่าจำเลยทั้งห้าไปธุระต่างจังหวัดและไม่มีผู้ใดยินดีเซ็นรับหมายไว้แทน จึงได้ปิดหมายไว้ตามคำสั่งศาลปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๒๔ ภูมิลำเนาตามฟ้องคือตึกแถวที่มีชื่อสหพรลิ้มการช่าง ตามภาพถ่ายหมายจ.๒ ซึ่งปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันเป็นหุ้นส่วนโดยมิได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และใช้ชื่อทางการค้าว่าบริษัทมิตรรุ่งเรือง จำกัดบ้าง สหพรลิ้มการช่างบ้าง ตึกแถวที่จำเลยร่วมกันก่อสร้างเพื่อให้เช่าทุกห้องอยู่ที่ตลาดสดของสุขาภิบาลอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ และใช้ตึกแถวมีป้ายชื่อว่า สหพรลิ้มการช่างติดอยู่ด้านหน้า เป็นสำนักงานติดต่อกับโจทก์และบุคคลทั่วไป ดังนี้เห็นว่าตึกแถวชื่อสหพรลิ้มการช่างเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการก่อสร้างตึกแถวให้เช่าในตลาดสดสุขาภิบาลอำเภอพร้าว ทั้งนายสมชายก็รับว่าเป็นภูมิลำเนาของจำเลยทั้งห้าจริงแต่ขณะส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจำเลยทั้งห้าไปธุระต่างจังหวัด ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานศาลดำเนินการปิดหมายตามคำสั่งศาล จึงถือได้ว่าเป็นการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ ๓ โดยชอบ จำเลยที่ ๓ ย่อมได้ทราบฟ้องของโจทก์แล้ว ส่วนประเด็นข้อหลังนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ บัญญัติไว้ว่า"คำขอให้พิจารณาใหม่นั้น ให้ยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลย แต่ถ้าศาลได้กำหนดการอย่างใด ๆ เพื่อส่งคำบังคับเช่นว่านี้ โดยวิธีส่งหมายธรรมดาหรือโดยวิธีอื่นแทน จะต้องได้มีการปฏิบัติตามคำกำหนดนั้นแล้ว อนึ่ง ถ้าคู่ความที่ขาดนัดไม่สามารถยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่บัญญัติไว้ข้างบนนี้โดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลง แต่กรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ห้ามมิให้ยื่นคำขอเช่นว่านี้เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น....." ตามกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดระยะเวลาไว้สองระยะด้วยกันคือระยะเวลาสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลยหรือในกรณีมีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ก็อาจยื่นคำขอเช่นว่านี้ได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลง แต่อย่างไรก็ตามอย่างช้าที่สุดต้องยื่นคำขอเช่นว่านี้ภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น สำหรับคดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานว่าได้ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๒๕ แต่ข้อเท็จจริงก็เป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วยตามที่โจทก์นำสืบ และจำเลยที่ ๓เองก็ยอมรับว่าจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ให้ผู้อื่นเช่าประกอบการค้าตามวัตถุประสงค์ในการเป็นหุ้นส่วนของจำเลยทั้งห้า จำเลยที่ ๓ ได้มายื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เมื่อวันที่ ๘ธันวาคม ๒๕๒๖ อันเป็นเวลาพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์แล้วจำเลยที่ ๓ จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้ ทั้งกรณีมิใช่เป็นการบังคับตามคำพิพากษาโดยวิธีอื่น แต่เป็นการบังคับตามคำพิพากษาโดยวิธียึดทรัพย์ และการขายทอดตลาดก็เป็นวิธีการที่สืบเนื่องมาจากการยึดทรัพย์นั่นเอง ระยะเวลาหกเดือนต้องนับแต่วันที่ยึดทรัพย์ดังกล่าวแล้ว มิใช่นับจากวันขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดดังจำเลยที่ ๓ ฎีกา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2531 นางยิวจี สุนทรพันธุ์ ฯ โจทก์ นายเชษฐ อำนวยยนต์วารี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางยิวจี สุนทรพันธุ์ ฯ · จำเลย - นายเชษฐ อำนวยยนต์วารี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ กรรณสูต · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอพร้า - นายณรงค์ ไชยวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย กันนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7233/2537ฎีกา 95/2534ฎีกา 1843/2536ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 3488/2545ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 10/2548ฎีกา 2152/2536ฎีกา 536/2498ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 1395/2534ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา