⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1305/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ถูกบรรจุไว้ในเจดีย์บรรจุกระดูกของบรรพบุรุษซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัด และยังคงมีการเคารพกราบไหว้ตามประเพณี ถือว่ายังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ที่บรรจุไว้ และผู้เป็นเจ้าของมีสิทธิติดตามเอาคืนทรัพย์สินนั้นได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยและ ย. บรรจุพระเครื่องพิพาทไว้ในเจดีย์บรรจุกระดูกของบรรพบุรุษซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพระอุโบสถวัดโจทก์ เพื่อให้ลูกหลานเซ่นไหว้ เมื่อ ย. ตาย จำเลยก็ยังไปเคารพกราบไหว้ตามประเพณีขาวจีนตลอดมาไม่เคยสละละทิ้งดังนี้ พระเครื่องพิพาทซึ่งบรรจุไว้ในเจดีย์ดังกล่าวยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย โจทก์เจาะเจดีย์เอาพระเครื่องพิพาทไป จำเลยติดตามเอาคืนจากโจทก์ได้ ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2531)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1337 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองพระเครื่อง คือพระฝักไม้ดำ จำนวน ๒๑๐ องค์ และพระผักไม้ขาว จำนวน ๕๘ องค์ ซึ่งเป็นพระประจำวัดโจทก์ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ จำเลยที่๓ ที่ ๔ ได้ร่วมกันข่มขู่พระครูประภาสธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดโจทก์ให้ส่งมอบพระเครื่องจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๓ที่ ๔ เพื่อประโยชน์ร่วมกันระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ได้ทวงถาม จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่อาจนำพระเครื่องดังกล่าวซึ่งมีมูลค่าประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ออกจำหน่ายเป็นเหตุให้โจทก์ต้องขาดประโยชน์จากเงินจำนวนดังกล่าว ขอให้จำเลยทั้งสี่ส่งมอบพระเครื่องจำนวนดังกล่าวพร้อมค่าเสียหาย จำเลยทั้งสี่ให้การว่า พระเครื่องพิพาทเดิมเป็นของนายเหยี่ยนกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นสามีภรรยากันและเป็นบิดามารดาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ได้นำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ซึ่งสร้างไว้ในบริเวณพระอุโบสถวัดโจทก์เพื่อบูชาร่วมกับกระดูกนางจู แซ่ตั้ง หาได้อุทิศพระเครื่องให้แก่วัดโจทก์ไม่ นายเหยี่ยนกับจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ ได้ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของตลอดมา พระครูประภาสธรรมมาภรณ์ได้ร่วมกับพวกลักลอบเจาะเจดีย์และลักพระเครื่องดังกล่าวจำเลยที่ ๑ ทราบเรื่องจึงไปขอดู เมื่อเห็นว่าเป็นของนายเหยี่ยนและจำเลยที่ ๒ จึงนำพระเครื่องดังกล่าวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ และนำพระเครื่องไปเก็บไว้ที่ธนาคารด้วยความยินยอมของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ส่งมอบพระเครื่องพิพาทคืนโจทก์พร้อมกับชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำขอเรื่องค่าเสียหายนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่านายเหยี่ยน บิดาจำเลยที่ ๑ ได้บรรจุพระเครื่องพิพาทไว้ในเจดีย์บรรจุกระดูกนางจู แซ่ตั้ง เพื่อให้ลูกหลานเซ่นไหว้เมื่อนายเหยี่ยนตาย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ก็ยังไปเคารพกราบไหว้เจดีย์บรรจุกระดูกนางจู ตามประเพณีชาวจีนตลอดมา ไม่เคยสละละทิ้ง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า พระเครื่องพิพาทซึ่งบรรจุไว้ในเจดีย์บรรจุกระดูกของนางจู ยังเป็นของจำเลยทั้งสี่อยู่ จำเลยทั้งสี่หาได้สละสิทธิครอบครองพระเครื่องพิพาทให้วัดโจทก์ไม่ จำเลยทั้งสี่จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในพระเครื่องพิพาท และมีสิทธิติดตามเอาคืนจากโจทก์ ซึ่งไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้ การกระทำของจำเลยทั้งสี่ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2531 วัดสุนทรประดิษฐ์ โจทก์ นายณรงค์ เล้ากุลวิเชษฐ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดสุนทรประดิษฐ์ · จำเลย - นายณรงค์ เล้ากุลวิเชษฐ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายวีระชาติ เอี่ยมประไพ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4161/2532ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 1534/2565ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 22/2511ฎีกา 759/2494ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1052/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา