⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 137/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรู้ว่าผู้ร่วมกระทำผิดจะฆ่าผู้ตาย และยังคงร่วมเดินทางไปกับผู้ตายเพื่อให้ผู้ร่วมกระทำผิดสามารถกระทำความผิดได้โดยสะดวก ถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับ ช.และม.ร่วมกันไปที่บ้านส.โดยจำเลยทราบดีว่าช.และ ม. ต้องการฆ่าผู้ตาย ช.และม.บังคับส. ให้ไปลวงผู้ตายมาที่บ้าน ส.จำเลยไปกับส. ด้วยโดยไม่ปรากฏว่าถูกขู่บังคับเมื่อผู้ตายมาที่บ้าน ส. แล้วจะกลับที่พักจำเลยถือตะเกียงเดินตามหลังผู้ตายไปเพื่อให้คนร้ายยิงผู้ตายไม่ผิดตัว การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ จำเลยจึงเป็นตัวการในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289,83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288, 289, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72,72 ทวิ ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต ความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ จำคุก 6 เดือน เมื่อศาลลงโทษประหารชีวิตแล้ว ไม่อาจเรียงกระทงลงโทษได้อีกให้ลงโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'จากข้อเท็จจริงที่ได้ความว่าจำเลยมาที่บ้านนายสนิทกับนายชนะและนายมงคลโดยจำเลยทราบดีว่าคนทั้งสองต้องการฆ่าผู้ตาย เมื่อนายชนะบังคับให้นายสนิทไปลวงผู้ตายให้ออกจากที่พัก จำเลยก็ไปกับนายสนิทด้วย ครั้นผู้ตายมายังที่พักของนายสนิทแล้วจะกลับที่พักของผู้ตาย จำเลยได้ถือตะเกียงตามหลังผู้ตายไป จนผู้ตายถูกยิงตาย เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้การฆ่าผู้ตายบรรลุผลสำเร็จ เข้าลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งคืนเกิดเหตุเป็นคืนเดือนหงาย ขณะจำเลยกับนายสนิทไปลวงผู้ตายมายังที่พักของนายสนิทก็ไม่มีตะเกียงส่องทางแต่อย่างใด ดังนั้นการที่จำเลยเอาตะเกียงจากบ้านนายสนิทถือตามหลังผู้ตาย ก็เพื่อให้ความสะดวกแก่คนร้ายในการเข้ายิงผู้ตายโดยไม่ผิดตัวและพลาดมาถูกจำเลยนั่นเองการกระทำของจำเลยจึงเป็นการสมคบกับคนร้ายเป็นตัวการในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้อง ที่จำเลยนำสืบเป็นทำนองว่า จำเลยกระทำไปเพราะถูกนายชนะกับนายมงคลขู่บังคับนั้น คงได้ความจากคำเบิกความของจำเลยเพียงว่า ขณะที่รอนายชนะไปตามนายสนิทออกมา นายมงคลได้ใช้อาวุธปืนจ่อที่ศีรษะจำเลยไม่ให้จำเลยหลบหนีเท่านั้น แต่ขณะที่นายชนะกับนายมงคลชวนจำเลยไปที่พักนายสนิทและบอกว่าจะฆ่าผู้ตายตลอดจนนายชนะเอาอาวุธปืนสั้นมาเหน็บที่เอวจำเลย ไม่ปรากฏว่าคนทั้งสองขู่บังคับหรือจำเลยแสดงอาการขัดขืนแต่อย่างใด นอกจากนี้ขณะที่จำเลยกับนายสนิทไปลวงผู้ตายมายังที่พักของนายสนิท หากจำเลยถูกขู่บังคับไม่เต็มใจกระทำก็สามารถหลบหนีได้โดยสะดวก แต่จำเลยก็หาได้กระทำไม่ กลับถือตะเกียงเดินตามหลังผู้ตายเพื่อให้คนร้ายยิงผู้ตายได้โดยไม่ผิดตัวดังกล่าวข้างต้น เช่นนี้จะฟังว่าจำเลยถูกขู่บังคับได้อย่างไร ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด พังงา โจทก์ นาย สม ชาย หรือ เสือ ประกอบ ทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พังงา · จำเลย - นาย สม ชาย หรือ เสือ ประกอบ ทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2581/2548ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ