⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1416/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด แต่หากโจทก์มิได้อุทธรณ์หรือฎีกาในปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาจะพิพากษาเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสี่ ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี ซึ้งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 22 ปี 6 เดือน ถึง 30 ปี เป็นบทที่มีโทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ประกอบด้วยมาตรา 80, 52 (1) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามบทหนัก ศาลล่างปรับบทลงโทษจำเลยในความผิดที่มีโทษเบากว่า ศาลฎีกามีอำนาจปรับบทลงโทษจำเลยให้ถูกต้องได้ แต่เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์และฎีกาในปัญหาข้อนี้จึงพิพากษาเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหายและใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายกับใช้ไม้ตีผู้เสียหายหลายทีโดยเจตนาฆ่า เพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์ พาทรัพย์ไป ฯลฯ แต่จำเลยยิงไม่แม่น และผู้เสียหายได้รับการรักษาทันท่วงทีจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๐, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายและริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๐, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓ แต่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษบทหนักฐานปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนตามมาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี จำคุกคนละ ๒๒ ปี ๖ เดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาทรัพย์จำนวน ๙,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายของกลางริบ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ ขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังมีน้ำหนักไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๒ เป็นคนร้ายรายนี้ และวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙, ๘๐, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓ โดยมิได้ระบุวรรคของมาตรา ๓๔๐ และลงโทษฐานปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนตามมาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี โดยระบุว่าเป็นบทหนักให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ๒๒ ปี ๖ เดือน นั้น ยังไม่ถูกต้อง เพราะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสี่ประกอบด้วยมาตรา ๓๔๐ ตรี ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ ๒๒ ปี ๖ เดือน ถึง ๓๐ ปีนั้น โทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ประกอบด้วย มาตรา ๘๐, ๕๒ (๑) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว แต่เนื่องจากโจทก์มิได้อุทธรณ์และฎีกาในปัญหาข้อนี้ จึงพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ และมาตรา ๓๔๐ วรรคสี่ ประกอบด้วย มาตรา ๓๔๐ ตรี, ๘๓ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนัก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2531 พนักงานอัยการจังหวัดนครนายก โจทก์ นายชันหรือชั้น อุ่นจิตร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครนายก · จำเลย - นายชันหรือชั้น อุ่นจิตร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เสียง ตรีวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นางเมทินี ชโลธร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วิชุรัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 628/2493ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2936/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 1165/2537ฎีกา 6344/2551ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา