คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1826-1833/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างเป็นปี ๆ ไป เมื่อครบกำหนดแล้วมีการทำสัญญาใหม่ปีต่อปี ต้องถือว่าเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลา และไม่สามารถนำระยะเวลาการจ้างในสัญญาทุกฉบับมารวมคำนวณเพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าชดเชยได้
ย่อคำพิพากษา
สัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยมีกำหนดระยะเวลาจ้าง 1 ปี โดยระบุวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดแห่งสัญญาไว้ และเมื่อสัญญาครบกำหนดแล้วโจทก์จำเลยก็ทำสัญญากันใหม่ปีต่อปี ดังนี้ต้องถือว่าสัญญาจ้างแรงงานนี้เป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างเป็นปี ๆ ไป โจทก์จะขอให้นับอายุการทำงานของโจทก์ด้วยการนำระยะเวลาการจ้างในสัญญาทุกฉบับมารวมคำนวณเข้าด้วยกันเพื่อคำนวณค่าชดเชยหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทุกสำนวนฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำต่อมาจำเลยสั่งพักงานโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๗ โดยไม่มีกำหนดและไม่จ่ายค่าจ้างและมีคำสั่งให้โจทก์ที่ ๘ ออกจากงาน ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิดขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า เมื่อสัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นสุดจำเลยจึงสั่งพักงานบุคคลากรบางส่วน โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเนื่องจากสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนและโจทก์ทำงานไม่ครบปี ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๔ ยกฟ้องโจทก์ที่ ๕ ถึงที่ ๘
โจทก์ทั้งแปดอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คู่ความรับกันว่าสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์จำเลยมีลักษณะตามตัวอย่างสัญญาจ้างที่โจทก์ส่งศาลและเมื่อครบกำหนดแล้วจะทำสัญญาจ้างกันใหม่ปีต่อปี ฉบับสุดท้ายทำเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๓๐ มีกำหนดเวลา ๑ ปีความในข้อ ๑ แห่งสัญญาฉบับสุดท้ายจึงมีข้อความตามตัวอย่างสัญญาจ้างที่ส่งศาล คือได้ระบุไว้ชัดว่าจำเลยตกลงรับโจทก์เข้าเป็นผู้สอนในวิทยาลัยคณาสวัสดิ์ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๐ เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๑ และโจทก์ตกลงว่าจะทำงานให้จำเลยไปตลอดจนครบระยะเวลาที่กำหนดนี้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยตกลงจ้างโจทก์โดยมีกำหนดระยะเวลาจ้างรวมทั้งวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดแห่งสัญญาไว้ สัญญาจ้างดังกล่าวจึงเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน คือมีกำหนด ๑ ปี และในทางปฏิบัติเมื่อสัญญาฉบับเดิมครบกำหนดแล้ว โจทก์จำเลยก็ทำสัญญากันอีกปีต่อปีไป กรณีจึงต้องถือว่าสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์จำเลยเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างเป็นปีๆไป อายุการทำงานของโจทก์จึงต้องถือตามระยะเวลาการจ้างตามที่ระบุไว้ในสัญญาแต่ละฉบับ โจทก์จะขอให้นับอายุการทำงานแต่ละฉบับมารวมคำนวณติดต่อกันหาได้ไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1826 - 1833/2531
นายวิรัช อะโน กับพวก โจทก์
วิทยาลัยศรีอีสาน (คณาสวัสดิ์อุทิศ) จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิรัช อะโน กับพวก · จำเลย - วิทยาลัยศรีอีสาน (คณาสวัสดิ์อุทิศ) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายพูนศักดิ์ จงกลนี · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา