⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2322/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2322/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. นิติบุคคลที่เปลี่ยนชื่อยังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเดิม และกรรมการที่ลงนามมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ 2. เมื่อผู้ซื้อกิจการรับภาระชำระหนี้แทนผู้ขายแล้วผิดสัญญา ผู้ขายที่ต้องชำระหนี้แทนจึงมีสิทธิเรียกให้ผู้ซื้อรับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้ 3. การกำหนดเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายจากการผิดสัญญาต้องสอดคล้องกับข้อตกลงและพฤติการณ์แห่งรูปคดี

ย่อคำพิพากษา

สัญญาทำขึ้นในขณะบริษัทโจทก์ใช้ชื่อว่าบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช จำกัด ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นชื่อบริษัทพัฒนประเวศ จำกัด ซึ่งตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทมีกรรมการบริษัท 2 คน คือ ส. กับ ร.คนใดคนหนึ่งลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทมีอำนาจทำการแทนบริษัทได้ ดังนี้ โจทก์เป็นนิติบุคคลและเป็นบริษัทเดียวกับบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช จำกัด ที่เป็นคู่สัญญากับจำเลย และ ส.ย่อมมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัท ฟ้องจำเลยแทนโจทก์ได้ จำเลยซื้อกิจการโรงพยาบาลจากโจทก์และได้รับมอบกิจการไปดำเนินการแล้ว โจทก์จำเลยตกลงกันให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้อเครื่องเอกซเรย์แทนโจทก์ต่อไป แต่จำเลยไม่นำเงินไปชำระ บริษัทผู้ให้เช่าซื้อจึงเรียกร้องให้โจทก์ชำระ เมื่อโจทก์ได้ชำระไปแล้ว จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญากับโจทก์จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ตามสัญญากำหนดเบี้ยปรับของการไม่ชำระหนี้เป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เมื่อจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อกับบริษัทผู้ให้เช่าซื้อเครื่องเอกซเรย์ตามข้อตกลง โจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ โจทก์นำสืบว่าโจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่บริษัทผู้ให้เช่าซื้ออัตราร้อยละ 18 ต่อปี ที่ศาลกำหนดให้จำเลยรับผิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.314 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงซื้อกิจการโรงพยาบาลและใบอนุญาตจากโจทก์ รวมทั้งทรัพย์อุปกรณ์เป็นเงินสี่ล้านบาท เงินจำนวนแปดแสนบาทจำเลยตกลงจะจ่ายให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด เป็นค่าเครื่องเอกซเรย์แทนโจทก์ภายใน ๗ วัน หลังจากรับโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเครื่องเอกซเรย์ ๘๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ชอบที่จะเรียกให้จำเลยชำระหนี้โดยตรง และโจทก์ไม่ได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องบริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ไม่ยอมให้จำเลยผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยโจทก์จะต้องดำเนินการโอนเครื่องเอกซเรย์ให้จำเลยทั้งสองทันทีเมื่อได้รับชำระหนี้ครบถ้วน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า...เดิมโจทก์ใช้ชื่อว่า บริษัทโรงพยาบาลหัวหมาก จำกัด ต่อมาได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช จำกัด และจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อครั้งสุดท้ายเป็นบริษัทพัฒนประเวศ จำกัด ซึ่งตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทเอกสารท้ายฟ้อง มีกรรมการบริษัท ๒ คน คือร้อยตำรวจเอกสัณห์ กับนางสิริลักษณ์ และกรรมการคนหนึ่งคนใดลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทมีอำนาจทำการแทนบริษัทได้ สัญญา จ.๓ ทำขึ้นในขณะที่บริษัทโจทก์ใช้ชื่อว่าบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช จำกัด ส่วนจำเลยทั้งสองไม่มีพยานนำสืบหักล้างหลักฐานพยานของโจทก์ จึงรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและเป็นบริษัทเดียวกับบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช จำกัด ที่เป็นคู่สัญญากับจำเลยทั้งสองตามสัญญา จ.๓ ดังนี้ ร้อยตำรวจเอกสัณห์ แต่ผู้เดียวย่อมมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัททำการแทนโจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง จำเลยทั้งสองได้รับมอบกิจการโรงพยาบาลและเข้าดำเนินการโรงพยาบาลและเข้าดำเนินกิจการโรงพยาบาลตามสัญญา จ.๓ แล้ว ซึ่งขณะนั้นเครื่องเอกซเรย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ตามสัญญา จ.๓ ก็มีติดตั้งอยู่ในอาคารโรงพยาบาลที่มีการตกลงซื้อขายกันตามสัญญา จ.๒ อยู่แล้ว จึงพอถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้รับมอบเครื่องเอกซเรย์ไว้จากโจทก์แล้วตั้งแต่วันที่จำเลยทั้งสองได้รับมอบกิจการโรงพยาบาลและเข้าดำเนินกิจการโรงพยาบาลแทนโจทก์เป็นต้นไป ได้ความจากนายศรชัย พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกำกับหนี้สินของบริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ว่าร้อยตำรวจเอกสัณห์กับจำเลยที่ ๑ เคยไปพบพยานที่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด เกี่ยวกับการชำระค่าเครื่องเอกซเรย์ โดยจะให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ชำระแทนโจทก์ตามจำนวนยอดหนี้ที่โจทก์ค้างชำระอยู่ในขณะนั้นเป็นเงินต้นประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยที่ ๑ ก็มิได้ชำระเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด แต่อย่างใด บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด จึงได้ทวงถามและฟ้องเรียกร้องจากโจทก์ ถ้าหากมีการชำระค่าเครื่องเอกซเรย์ที่ค้าง บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ก็ยินยอมให้กรรมสิทธิ์ของเครื่องเอกซเรย์ตกเป็นของโจทก์หรือตามคำสั่งของโจทก์ แสดงว่า หากจำเลยทั้งสองปฏิบัติตามสัญญา จ.๓ โดยชำระค่าเครื่องเอกซเรย์ให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ก็ไม่มีเหตุใดที่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด จะปฏิเสธไม่ยอมรับชำระหนี้ อุปสรรคของการที่จำเลยทั้งสองไม่ได้รับสิทธิให้เป็นผู้เช่าซื้อแทนโจทก์หรือรับโอนกรรมสิทธิ์เครื่องเอกซเรย์จึงมิได้เกิดขึ้นจากการกระทำของโจทก์ โดยเป็นความผิดของจำเลยทั้งสองเองที่ไม่นำเงินค่าเครื่องเอกซเรย์ไปชำระตามที่ตกลงไว้กับนายศรชัย เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ค่าเครื่องเอกซเรย์ตามสัญญา จ.๓เป็นเหตุให้บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ฟ้องเรียกร้องเอาจากโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อเครื่องเอกซเรย์มาจากบริษัทภัทรธนกิจ จำกัดและโจทก์ต้องชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นคู่สัญญากับโจทก์จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลของการที่จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามสัญญา จ.๓ ตามสัญญา จ.๓ โจทก์กับจำเลยทั้งสองมีข้อตกลงกันว่าค่าเครื่องเอกซเรย์ที่โจทก์ยังชำระให้แก่บริษัทภัทรธนกิจจำกัด ไม่ครบ จำเลยทั้งสองรับภาระจะชำระให้แก่บริษัทดังกล่าวต่อไป และโจทก์นำสืบว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญา จ.๓ โจทก์ต้องรับผิดชำระหนี้ค่าเอกซเรย์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๘ ต่อปี ให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ประกอบกับตามสัญญา จ.๓ มีการกำหนดเบี้ยปรับของการไม่ชำระหนี้ไว้เป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีด้วย ดังนี้ โจทก์จึงเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ และเห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยทั้งสองรับผิดค่าเสียหายคิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2322/2531 บริษัทพัฒนประเวศ จำกัด โจทก์ นายประวิทย์ เงินแย้ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทพัฒนประเวศ จำกัด · จำเลย - นายประวิทย์ เงินแย้ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม การปลื้มจิตต์ · จำนง นิยมวิภาต · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา