⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2576/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2576/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นต่อหน้าศาลมีผลผูกพันคู่สัญญา ทำให้สิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาเดิมระงับสิ้นไป และคู่สัญญามีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้ถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่แบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์จำนวน 9 ส่วนใน 21 ส่วน ในระหว่างบังคับคดีโจทก์ จำเลยทั้งสี่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยศาลชั้นต้นรับรู้เป็นผู้ทำให้มีข้อตกลงกันไม่ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาคดีนี้ และให้ยุติคดีทุกคดีทั้งคดีที่พิพากษาแล้วและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล และตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินกันใหม่ เมื่อโจทก์จำเลยทั้งสี่ได้ลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวต่อหน้าศาลแล้ว จึงเป็นสัญญาที่ใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 โดยมีผลทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญานั้นว่าเป็นของตน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852การบังคับคดีนี้และมูลหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาจึงเป็นอันระงับสิ้นไป โจทก์ จำเลยทั้งสี่จึงต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว เมื่อจำเลยผิดสัญญาดังกล่าว โจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาแก่จำเลยตามสิทธิที่เกิดขึ้นตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจะกลับมาขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามคำพิพากษาซึ่งมูลหนี้ระงับไปแล้วหาได้ไม่. (อ้าง ฎีกา 626/2491)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกตามฟ้อง ๙ ใน ๒๑ ส่วน ระหว่างการบังคับคดี โจทก์ จำเลยทั้งสี่ และทายาทของผู้ตายบางคนซึ่งไม่ได้เป็นคู่ความในคดี ขอให้ศาลชั้นต้นทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ตามที่ตกลงกัน ๘ ข้อ ศาลชั้นต้นทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ตามขอ โดยสัญญาข้อ ๑ ระบุว่า......ทุกคนตกลงกันไม่ให้บังคับตามคำพิพากษา และข้อ ๘ ระบุว่า ทุกคนตกลงให้เป็นอันยุติคดีทุกคดี ทั้งคดีที่พิพากษาแล้วและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลส่วนข้อ ๒ ถึงข้อ ๗ เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สิน หลังจากนั้นจำเลยได้ปฏิบัติตามข้อสัญญาบางข้อมีบางข้อยังไม่ได้ปฏิบัติ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาโดยอ้างว่า ศาลพิพากษาให้โจทก์ล้มละลายแล้วจำเลยมิได้ปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความ ถือว่าจำเลยทำผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงไม่จำต้องปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวและมีสิทธิที่จะขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาได้ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำคัดค้านว่า สิทธิในการบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ตามคำพิพากษาศาลฎีกาได้ระงับไปแล้วขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ฎีกาว่าจำเลยทั้งสี่มีเจตนาอย่างชัดแจ้งที่จะไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้ครบถ้วน และจำเลยทั้งสี่ไม่อาจปฏิบัติตามได้อย่างแน่แท้เพราะข้อตกลงบางข้อขัดต่อกฎหมายเมื่อจำเลยทั้งสี่ไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาโดยไม่ยอมส่งมอบทรัพย์สินให้แก่โจทก์ ตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าไม่ประสงค์ที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว โจทก์จึงไม่จำต้องปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าว และชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาได้ ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไปนั้น เห็นว่า คดีนี้ได้ถึงที่สุด โดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่แบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์จำนวน ๙ ส่วน ใน ๒๑ ส่วน คิดเป็นราคาประมาณ ๑๙ ล้านบาทเศษ ในในระหว่างบังคับคดี โจทก์ จำเลยทั้งสี่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ กันโดยศาลชั้นต้นรับรู้เป็นผู้ทำให้มีข้อตกลงกันไม่ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาคดีนี้ และให้ยุติคดีทุกคดีทั้งคดีที่พิพากษาแล้วและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล และตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินกันใหม่ เมื่อโจทก์จำเลยทั้งสี่ได้ลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวต่อหน้าศาลแล้วจึงเป็นสัญญาที่ใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๘๕๐ โดยมีผลทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญานั้นว่าเป็นของตน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๘๕๒ ดังนั้น เมื่อโจทก์จำเลยทั้งสี่ตกลงกันไม่ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาคดีนี้ และให้ยุติคดีทุกคดีทั้งคดีที่พิพากษาแล้ว (รวมทั้งคดีนี้ด้วย) และคดีที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล การบังคับคดีนี้และมูลหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาจึงเป็นอันระงับสิ้นไป โจทก์ จำเลยทั้งสี่จึงต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว เมื่อจำเลยผิดสัญญาดังกล่าวโจทก์ หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาแก่จำเลยตามสิทธิที่เกิดขึ้นตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจะกลับมาขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามคำพิพากษาซึ่งมูลหนี้ระงับไปแล้วหาได้ไม่ ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2576/2531 นางกิ่งทอง เก่งมานะ โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ ผู้ร้อง นายเพิ่มศักดิ์ เก่งมานะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกิ่งทอง เก่งมานะ · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ · จำเลย - นายเพิ่มศักดิ์ เก่งมานะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 3996/2541ฎีกา 5801/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1763/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 39/2524ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 898/2534ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 7732/2552ฎีกา 4541/2550ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 380/2530ฎีกา 5285/2537ฎีกา 2207/2533ฎีกา 816/2492ฎีกา 51/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา