⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2750/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2750/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสารภาพโดยสมัครใจของผู้ต้องหาหรือจำเลย ประกอบกับพยานหลักฐานอื่นที่สนับสนุนคำรับสารภาพนั้น สามารถนำมาใช้ลงโทษผู้ต้องหาหรือจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมชั้นสอบสวนและนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ทั้งยังรับต่อผู้เสียหายว่าได้เอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปจริงซึ่งจำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธคำรับในข้อนี้ พยานหลักฐานโจทก์ประกอบกันรับฟังลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน ๑๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยทั้งสี่ต่อจากโทษในคดีอาญาอื่นของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยตามที่ระบุในฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อายุไม่เกิน ๑๗ ปีลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๕ และลดโทษให้ ๑ ใน ๓ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๑ ปี ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน ๑๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ต่อจากโทษในคดีอาญาอื่นของศาลชั้นต้น คำขออื่นนอกจากนี้และจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ในข้อหาลักทรัพย์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑และที่ ๓ ได้ให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.๓, จ.๔, จ.๗ และภาพถ่ายหมาย จ.๘ ด้วยความสมัครใจและนอกจากคำรับสารภาพดังกล่าวแล้ว โจทก์ยังมีพยานประกอบคือคำของนายจริต ลอยสมุทร อาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดหนองคันทรงผู้เสียหายที่เบิกความว่า เมื่อพยานไปดูตัวคนร้ายที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองตราดได้พูดคุยกัันคนร้ายนั้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ได้รับสารภาพว่าได้เอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปจริง ซึ่งจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไม่ได้นำสืบปฏิเสธความในข้อนี้ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงสามารถรับฟังเป็นความจริงได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ วรรคสาม. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2750/2531 พนักงานอัยการจังหวัดตราด โจทก์ นายอุทิศ ครุฑอรัญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตราด · จำเลย - นายอุทิศ ครุฑอรัญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายสัณธาร ขันทมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายสังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 185/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 435/2535ฎีกา 3361/2536ฎีกา 2724/2519ฎีกา 413/2536ฎีกา 637/2481ฎีกา 1211/2481ฎีกา 47/2538ฎีกา 1243/2545ฎีกา 2825/2541ฎีกา 124/2507ฎีกา 1865/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา