⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2924/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2924/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ที่เลื่อนมาโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลมีอำนาจสั่งให้จำเลยขาดนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวได้ และศาลมีอำนาจสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาโดยไม่ต้องไต่สวนก่อน

ย่อคำพิพากษา

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายและฟังคำสั่งศาลแทน ศาลไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยถอนตัวเพราะจำเลยยังไม่ทราบเรื่อง ให้ทนายจำเลยนำส่งสำเนาคำร้องขอถอนตัวให้จำเลยทราบเสียก่อน และศาลได้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ใหม่โดยผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งศาลในรายงานกระบวนพิจารณา ถือได้ว่าทนายจำเลยทราบคำสั่งของศาลที่ไม่อนุญาตให้ถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลย และจำเลยได้ทราบกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ตามที่ศาลนัดใหม่แล้ว เมื่อทนายจำเลยและจำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ที่เลื่อนมาดังกล่าวโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง การที่ศาลได้มีคำสั่งให้จำเลยขาดนัดพิจารณาและดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจึงเป็นการชอบแล้ว จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และขอให้ไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ซึ่งศาลดำเนินการไปโดยชอบแล้วศาลมีอำนาจที่จะสั่งยกคำร้องของจำเลยโดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนคำร้องก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.64 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.65 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.75 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.77 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งหกเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย เมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ นายพิชัย มาลัยวงษ์ ทนายจำเลยทั้งหกมอบฉันทะให้เสมียนทนายยื่นคำร้องต่อศาลขอถอนตัวจากการเป็นทนายและฟังคำสั่งศาลแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งหกยังไม่ทราบเรื่องที่ทนายขอถอนตัว จึงยังไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยถอนตัวและถือว่านายพิชัยยังเป็นทนายจำเลยทั้งหกอยู่ ให้ทนายจำเลยทั้งหกนำส่งสำเนาคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายให้จำเลยทั้งหกทราบเสียก่อนศาลจึงจะสั่งคำร้องขอถอนตัวดังกล่าว และจะไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยทั้งหกถอนตัวจนกว่าจำเลยทั้งหกจะทราบเรื่องการขอถอนตัวแล้ว ให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ใหม่โดยผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยทั้งหกได้ลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นในรายงานกระบวนพิจารณาต่อมาเมื่อถึงวันเวลานัดสืบพยานโจทก์ที่เลื่อนมา คงมาศาลแต่ฝ่ายโจทก์ ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งหกขาดนัดพิจารณา และให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยทั้งหกไปในวันเดียวกัน จำเลยทั้งหกโดยนายวิจิตร อร่ามกุล ทนายความได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งหกเด็ดขาดฉบับหนึ่งและขอให้ไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่เพื่อมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ต่อไปอีกฉบับหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งสองฉบับดังกล่าวของจำเลยทั้งหก จำเลยทั้งหกอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งหกฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยทั้งหกไม่ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 12 ตุลาคม 2527 เพราะนายพิชัยทนายจำเลยไม่แจ้งให้ทราบ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งหกขาดนัดพิจารณา การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งหกเด็ดขาดเป็นการไม่ชอบนั้นได้ความว่าในนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 5 กันยายน 2527 นายพิชัยทนายจำเลยได้มอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายและฟังคำสั่งศาลแทน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยถอนตัวเพราะจำเลยทั้งหกไม่ทราบเรื่อง ให้ทนายจำเลยนำส่งสำเนาคำร้องขอถอนตัวให้จำเลยทราบเสียก่อน และศาลชั้นต้นได้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ในวันที่ 12 ตุลาคม 2527 เวลา 13.30 นาฬิกาผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยก็ได้ลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งศาลในรายงานกระบวนพิจารณาในวันนั้น จึงถือได้ว่าทนายจำเลยได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยและจำเลยทั้งหกได้ทราบกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 12 ตุลาคม2527 เวลา 13.30 นาฬิกา ตามที่ศาลชั้นต้นนัดใหม่แล้ว ดังนั้นเมื่อทนายจำเลยและจำเลยทั้งหกไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ที่เลื่อนมาดังกล่าวโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง การที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้จำเลยทั้งหกขาดนัดพิจารณาและดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งหกเด็ดขาดจึงเป็นการชอบแล้ว จำเลยจะอ้างว่าไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณา เพราะจำเลยทั้งหกไม่ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์ดังกล่าวหาได้ไม่ และกรณีดังกล่าวมิใช่เหตุโดยชอบที่จำเลยทั้งหกจะยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และเพื่อขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจที่จะสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งหกโดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนคำร้องก่อน ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งหกฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2924/2531 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล โรงสี สุโชควัฒ นา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล โรงสี สุโชควัฒ นา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · ประชา บุญวนิช · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 705/2497ฎีกา 2358/2518ฎีกา 421/2524ฎีกา 793/2504ฎีกา 3532/2558ฎีกา 3390/2528ฎีกา 10/2540ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 1065/2533ฎีกา 891/2538ฎีกา 4526/2536ฎีกา 7390-7391/2553ฎีกา 1177-1178/2511ฎีกา 1158/2521ฎีกา 2909/2524ฎีกา 1195/2512ฎีกา 2181/2519ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 9028/2542ฎีกา 280/2530ฎีกา 1645/2549ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4715/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา