คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3053/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 339 ทวิ, 340 หรือ 340 ทวิ และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7 และมาตรา 8 ทวิ เป็นความผิดต่างกรรมกัน ศาลต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี เป็นบทบัญญัติที่เพิ่มโทษของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 มาตรา 339 ทวิ มาตรา 340 หรือมาตรา 340 ทวิ ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 7 และมาตรา 8 ทวิ นั้น เป็นความผิดต่างกรรมกัน ซึ่งประมวลกฎมายอาญามาตรา 91 บัญญัติให้ศาลลงโทษทุกกรรมเป็นกระทง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.8 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2490 ม.72 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ืโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ มีอาวุธปืนคนละ ๑ กระบอกไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนที่มีอยู่ติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาต กับจำเลยทั้งสามโดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ มีอาวุธปืนดังกล่าวร่วมกันปล้นเอาทรัพย์ของนางสาวสายนิตย์ ชัยทาผู้เสียหายไปโดยทุจริตทั้งได้ใช้รถจักรยานยนต์ ๒ คัน เป็นพาหนะในการกระทำผิดและพาทรัพย์หลบหนีไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘, ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๙ (ที่ถูกต้องมาตรา ๓๓๙ วรรคสอง)๓๔๐ ตรี จำคุกคนละ ๑๘ ปี กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา ๗, ๗๒ จำคุกคนละ ๑ ปี และความผิดตามพระราชบัญญติอาวุธปืน ฯมาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ อีกกระทงหนึ่งจำคุกคนละ ๑ ปีรวมจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ คนละ ๒๐ ปี รับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกคนละ ๑๓ ปี ๔ เดือน ริบรถจักรยานยนต์ที่ยึดจากบ้านจำเลยที่ ๓ ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ ๓กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ คงจำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๖ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ว่า เมื่อศาลได้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ตรีแล้วศาลไม่น่าจะลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ อีกเพราะเป็นการกระทำกรรมเดียวกันข้อนี้เห็นว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ตรีนั้น เป็นบทบัญญัติที่เพิ่มโทษของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ มาตรา ๓๓๙ ทวิ มาตรา ๓๔๐ หรือมาตรา ๓๔๐ ทวิ ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ นั้นเป็นความผิดต่างกรรมกัน ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ บัญญัติให้ศาลลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ โดยเรียงกระทงลงโทษมานั้นชอบแล้วฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3053/2531
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์
นายสมยศ อินปั๋น กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายสมยศ อินปั๋น กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายปริญญา บัณฑิตอาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยงยุทธ ชารีสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา