⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3215-3218/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3215-3218/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมต้องกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนเท่าที่จะทำได้ 2. การชำระเงินค่าภาษีอากรโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย แม้ผู้ชำระจะรู้ว่าไม่มีความผูกพันที่ต้องชำระ ก็ไม่ถือเป็นลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 แต่ให้มีสิทธิฟ้องเรียกคืนได้ภายในอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

กรมสรรพากรจำเลยที่ 5 ฎีกาและยื่นคำร้องว่า กำลังดำเนินการโอนเงินมาเพื่อวางศาลเป็นค่าฤชาธรรมเนียม ขอผัดการวางเงินประมาณ 1 เดือนดังนี้ เป็นการขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมมีกำหนดแน่นอนเท่าที่จะทำได้ ต่อมาจำเลยที่ 5 นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 1 เดือนตามที่ขอผัดไว้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตตามคำร้องและสั่งรับฎีกาจำเลยที่ 5 จึงชอบแล้ว โจทก์ชำระเงินค่าภาษีอากรตามที่ฝ่ายจำเลยเรียกเก็บโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย จำเลยจะอ้างว่าโจทก์กระทำตามอำเภอใจเพื่อชำระหนี้โดยตนรู้ว่าไม่มีความผูกพันที่ต้องชำระอันเป็นลาภมิควรได้ซึ่งมีอายุความ 1 ปีหาได้ไม่ เมื่อโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกคืนได้ภายในอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.232 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.407 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.419 ประมวลรัษฎากร ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องว่า โจทก์ขายน้ำตาลทรายดิบให้องค์การคลังสินค้า แล้วโจทก์ได้ปั่นน้ำตาลทรายดิบดังกล่าวให้มีความชื้นน้อยลงตามที่องค์การ ฯ ต้องการ จำเลยได้เรียกเก็บภาษีการค้าจากโจทก์ โจทก์เกรงว่าจะถูกตรวจสอบและประเมินภาษีจึงนำภาษีการค้าไปชำระให้จำเลยทั้ง ๆ ที่โจทก์ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเสียภาษีการค้า ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าชำระเงินภาษีดังกล่าวคืนแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่สำนวนให้การว่า โจทก์ขายน้ำตาลดิบโดยต้องนำไปปั่นใหม่ให้ความชื้นเหลือไม่เกินร้อยละ 0.4 จึงไม่เป็นน้ำตาลดิบอีกต่อไปโจทก์จึงต้องเสียภาษีการค้า นอกจากนี้โจทก์รู้อยู่แล้วว่าไม่มีความผูกพันจะต้องเสียภาษี โจทก์ยังคงชำระภาษีเพราะเกรงจะไม่ได้รับการพิจารณา ลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม จึงไม่มีสิทธิรับเงินภาษีคืน และฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าคืนเงินภาษีตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งสี่สำนวน จำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ทุกคน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 5 ฎีกาทั้งสี่สำนวน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้องและแก้ฎีกาว่าจำเลยที่ 5 ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมในการยื่นฎีกาโดยไม่มีกำหนดแน่นอนเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่ควรสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 5 นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 5 เป็นส่วนราชการได้ดำเนินการตัดโอนเงินเพื่อวางศาลเป็นค่าฤชาธรรมเนียมในการยื่นฎีกาแล้ว แต่ตามระเบียบต้องผ่านหลายหน่วยงาน ไม่สามารถนำเงินมาวางศาลในวันยื่นฎีกาได้ ขอผัดการวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน เช่นนี้ถือว่าจำเลยที่ 5ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมในการยื่นฎีกาที่มีกำหนดเวลาแน่นอนเท่าที่จำเลยที่ 5 จะทำได้ คือประมาณ 1เดือน ทั้งนี้เพราะจำเลยที่ 5 ไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าเงินที่ตัดโอนมานั้นจะได้มาเมื่อใด ทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 5 สามารถนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลภายในกำหนด 1 เดือนตามที่ขอผัดไว้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตตามคำร้องของจำเลยที่ 5 และสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 5 จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าน้ำตาลทรายที่โจทก์ทั้งสี่ขายให้แก่องค์การคลังสินค้าเป็นน้ำตาลทรายดิบ ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ทั้งสี่ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่ากรณีนี้โจทก์ทั้งสี่ชำระเงินค่าภาษีอากรที่ฝ่ายจำเลยเรียกเก็บโดยอาศัยอำนาจตามที่กฎหมายบัญญัติไว้หาใช่เรียกเก็บโดยไม่มีมูลที่จะอ้างได้ตามกฎหมายไม่ จำเลยที่ 5 จะอ้างว่าโจทก์ทั้งสี่กระทำตามอำเภอใจเพื่อชำระหนี้โดยรู้ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระอันเป็นลาภมิควรได้ซึ่งมีอายุความ 1 ปีหาได้ไม่ โจทก์ทั้งสี่จึงมีอำนาจฟ้องเรียกคืนเงินภาษีการค้าที่ชำระไปได้ภายในอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ฟ้องของโจทก์ทั้งสี่จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3215 - 3218/2531 บริษัท อุตสาหกรรม น้ำตาล กาญจนบุรี จำกัด กับพวก โจทก์ ร้อยตรี ประกวด หิริกุล นายอำเภอท่ามะ กา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท อุตสาหกรรม น้ำตาล กาญจนบุรี จำกัด กับพวก · จำเลย - ร้อยตรี ประกวด หิริกุล นายอำเภอท่ามะ กา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1022/2551ฎีกา 4082/2530ฎีกา 3542/2545ฎีกา 4590/2553ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1398/2493ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1055/2492ฎีกา 4602/2531ฎีกา 5150/2552ฎีกา 3192/2532ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1733/2498ฎีกา 8277/2551ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา