⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3337/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3337/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่ทราบถึงประกาศของกระทรวงสาธารณสุขว่ากัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าว.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชาโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ โดยมิได้ปฏิเสธว่าจำเลยไม่ทราบถึงประกาศของกระทรวงสาธารณสุขแต่อย่างใด ที่จำเลยฎีกาว่า ไม่ปรากฏว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศว่ากัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 จริงหรือไม่และจำเลยไม่สามารถทราบประกาศดังกล่าวได้นั้น จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น แม้ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาใตศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๒๖, ๗๕, ๗๖, ๑๐๒ ริบของกลาง และคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๒๖, ๗๕, ๗๖ ข้อหามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก ๒ ปี ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และข้อหาจำหน่ายกัญชาจำคุก ๒ ปี ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท รวม ๒ กระทงจำคุก ๔ ปี ปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงลดโทษจำคุกจำเลย ๒ ปี ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ มีกำหนด ๒ ปี หากไม่ชำระค่าปรับ ให้กักขังแทน ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุกและไม่ลงโทษปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นอนุณาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่ว่าจำเลยบังอาจมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขนั้น ไม่ปรากฏว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศว่ากัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ จริงหรือไม่ จำเลยไม่สามารถทราบประกาศดังกล่าวได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชาโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพโดยมิได้ปฏิเสธว่าจำเลยไม่ทราบถึงประกาศของกระทรวงสาธารณสุขแต่อย่างใด จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้น แม้จะได้รับอนุญาตให้ฎีกาก็ไม่อาจทำให้ศาลฎีการับวินิจฉัยได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนข้อที่จำเลยขอให้รอการลงโทษให้จำเลยนั้น เห็นว่า การที่จำเลยมีกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษจำนวนถึง ๑๐๕ ห่อ น้ำหนัก ๒๖๐.๘๐ กรัม ไว้เพื่อจำหน่ายและได้จำหน่ายส่วนหนึ่งไปแล้วด้วย ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดในข้อหาที่ร้ายแรงเป็นภัยต่อความสงบสุขของสังคม ซึ่งไม่ควรรอการลงโทษให้จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่รอการลงโทษให้จำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3337/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางลิ้นจี่ เกตุดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางลิ้นจี่ เกตุดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายมาลินทร์ จั่นสัญชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญชัย สิงหลกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6205/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา