⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3522/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องทุกข์ในนามของตนเอง ไม่ถือเป็นการร้องทุกข์แทนห้างหุ้นส่วนจำกัด หากผู้เสียหายซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่ได้ร้องทุกข์ไว้โดยชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และโจทก์ร่วมไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยอ้างว่า จำเลยยักยอกเอาเงินของโจทก์ร่วมไป เป็นการร้องทุกข์ในนามของตนเองไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงว่า โจทก์ร่วมในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ได้ร้องทุกข์แทนห้าง ดังนี้ ถือว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ไว้โดยชอบโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และโจทก์ร่วมไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.121

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบเงินสดจำนวน 250,000 บาท จากนายสหัส เรืองวัฒนาศิริกุล ผู้เสียหาย ให้เป็นตัวแทนนำเงินจำนวนดังกล่าวไปมอบให้กรรมการฝ่ายหาทุนหรือจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเขต 5 ครั้งที่ 17 เพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่าย จำเลยได้เบียดบังยักยอกเงินสดจำนวน 250,000 บาทของผู้เสียหาย ซึ่งจำเลยครอบครองไว้เป็นประโยชน์ของจำเลยหรือของบุคคลอื่นโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลทุ่งกวาว อำเภอเมืองแพร่จังหวัดแพร่ และตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 250,000 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นายสหัส เรืองวัฒนาศิริกุลยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายที่แท้จริงในคดีนี้คือห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้าง เมื่อโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ในนามของตนเอง มิใช่ในนามของห้างฯ โจทก์ร่วมซึ่งไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยถือได้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้างผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน และพนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง และคำขอเป็นโจทก์ร่วมย่อมตกไปด้วยพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน หลังจากที่ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังแล้ว ก่อนยื่นฎีกา โจทก์ร่วมถึงแก่กรรมนางมาลา เรืองวัฒนาศิริกุล ภริยาโจทก์ร่วม ยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาเพียงว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้างผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนไว้โดยชอบหรือไม่ โดยโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้าง โจทก์จึงเป็นผู้แทนของห้างซึ่งเป็นนิติบุคคล มีอำนาจจัดการแทนห้างซึ่งเป็นนิติบุคคลได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3) โจทก์ร่วมจึงมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยไม่จำต้องระบุว่ากระทำการแทนหรือกระทำในนามของห้าง ถือว่าการร้องทุกข์ของโจทก์ร่วมชอบด้วยกฎหมายแล้วในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายในคดีนี้คือห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้างมิใช่โจทก์ร่วม ตามบันทึกการมอบคดีความผิดอันยอมความได้ของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแพร่ เอกสารหมาย จ.7 มีข้อความว่า"วันนี้ (26 ก.พ.2527) ตาม ป.จ.ว. ข้อ 3 เวลา 15.40 น. ได้มีนายสหัส เรืองวัฒนาศิริกุล แจ้งว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน2526 เวลาประมาณ 9.00 นาฬิกาเศษ ผู้แจ้งและภรรยาได้นำเงินจำนวน 250,000 บาท ไปมอบให้นายสกล อารีพันธุ์ ผู้อำนวยการประถมศึกษาจังหวัดแพร่ เพื่อเป็นการบริจาคช่วยเหลืองานกีฬาเขต 5จึงเชื่อว่านายสกลฯ มีเจตนายักยอกเงินจำนวนดังกล่าวของผู้แจ้งอย่างแน่นอน จึงได้มาแจ้งความมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีนายสกล อารีพันธุ์ จนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป" พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามบันทึกการมอบคดีความผิดอันยอมความได้ เอกสารหมายจ.7 มีข้อความชัดแจ้งว่าโจทก์ร่วมร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยยักยอกเอาเงินของโจทก์ร่วมไป เป็นการร้องทุกข์ในนามตนเอง ไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงว่า โจทก์ร่วมในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการได้ร้องทุกข์แทนห้างซึ่งเป็นนิติบุคคล ถือว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้างผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ไว้โดยชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและโจทก์ร่วมไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด แพร่ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย สหัส เรืองวัฒนาศิริกุล โดยนางมาลา เรืองวัฒนาศิริกุล โจทก์ ผู้ เข้า ดำเนินคดี ต่าง ผู้ตาย โจทก์ นาย ส กล อา รี พันธุ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด แพร่ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย สหัส เรืองวัฒนาศิริกุล โดยนางมาลา เรืองวัฒนาศิริกุล · โจทก์ - ผู้ เข้า ดำเนินคดี ต่าง ผู้ตาย · จำเลย - นาย ส กล อา รี พันธุ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1917/2559ฎีกา 99/2541ฎีกา 5603/2542ฎีกา 5917/2545ฎีกา 9729/2556ฎีกา 1167/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 404/2565ฎีกา 618/2568ฎีกา 3694/2553ฎีกา 3593/2529ฎีกา 1228/2510ฎีกา 3423/2548ฎีกา 8537/2553ฎีกา 323/2510ฎีกา 3811/2528ฎีกา 2670/2521ฎีกา 1106/2499ฎีกา 276/2520ฎีกา 858-861/2554ฎีกา 2350/2536ฎีกา 1813/2531ฎีกา 403/2537ฎีกา 5790/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ