⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3651/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3651/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันโดยมีเหตุอันควรแต่กระทำไปเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น เป็นความผิดตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 69 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายกับพวกร่วมกันดื่มสุราโดยมีจำเลยนั่งอยู่ด้วย ผู้ตายจับไหล่ นมและแขนจำเลย จำเลยโกรธเดินออกจากบ้านผู้ตาย ผู้ตายยังเดินตามเข้ามากอดจำเลยทางด้านหลัง ฉุดและกอดปล้ำจนจำเลยล้มลง ผู้ตายขึ้นนั่งทับหน้าท้องจำเลยพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อของตนและของจำเลย จำเลยจึงใช้มีดที่ติดตัวมาแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้มีบาดแผลถึง 30 แผล แต่เป็นการแทงติดต่อกันไปซึ่งจำเลยไม่อาจทราบได้ว่าภยันตรายดังกล่าวหมดไปแล้วหรือไม่ ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันแต่กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้มีดแทงนายชลอ พยัฆเนตร โดยเจตนาฆ่าขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และริบมีดของกลาง จำเลยให้การว่า ได้แทงนายชลอผู้ตายเพราะผู้ตายใช้กำลังปลุกปล้ำเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเราจำเลย เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย นายโพธิ์ พยัฆเนตร บิดาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุก ๔ ปี ริบมีดของกลาง โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุกจำเลย ๑ ปี และให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ ๒๐ นาฬิกา นายชลอร่วมดื่มสุรากับพวก ๔ คน รวมทั้งจำเลยด้วยที่บ้านพักของนายชลอ นายชลอมีอาการเมาสุราได้จับไหล่ นม และแขนจำเลย จำเลยห้าม แต่นายชลอไม่เชื่อฟัง จำเลยเดินออกจากบ้านไปแจ้งความต่อตำรวจ นายชลอเดินตามเข้ามากอดจำเลยทางด้านหลัง ฉุด กอด ปล้ำจนจำเลยล้มลง นายชลอขึ้นนั่งทับหน้าท้องจำเลยพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อของนายชลอและของจำเลย จำเลยจึงใช้มีดที่ติดตัวมาด้วยแทงนายชลอจนล้มลงและถึงแก่ความตาย แล้ววินิจฉัยว่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบกับจำเลยเป็นหญิงมีอายุเพียง ๒๒ ปี ย่อมมีสิทธิป้องกันตนเองให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงได้ การที่จำเลยใช้อาวุธมีดที่ติดตัวแทงนายชลอถึงแก่ความตาย จึงเป็นการป้องกันแต่กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3651/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายโพธิ์ พยัฆเนตร โจทก์ร่วม นางสมหมาย แสงแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายโพธิ์ พยัฆเนตร · จำเลย - นางสมหมาย แสงแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · เสรี แสงศิลป์ · สุทิน นนทแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายไพโรจน์ คำอ่อน · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 1336/2553ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 2716/2535ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1309/2513ฎีกา 1165/2537ฎีกา 410/2546ฎีกา 182/2532ฎีกา 96/2529ฎีกา 1215/2501ฎีกา 1187/2543ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1697/2535ฎีกา 1036/2513ฎีกา 4952/2536ฎีกา 1283/2544ฎีกา 189/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา