คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3666/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลคดีเด็กและเยาวชนมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาทุกประเภทที่เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด เว้นแต่ความผิดอาญาที่มีลักษณะร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนด และผู้กระทำความผิดมีอายุเกินกว่าสิบหกปีบริบูรณ์ในขณะกระทำความผิด. การกำหนดอายุของผู้กระทำความผิดให้พิจารณาจากอายุขณะกระทำความผิดเป็นสำคัญ.
ย่อคำพิพากษา
ศาลคดีเด็กและเยาวชนมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีที่เด็กหรือเยาวชนถูกฟ้องคดีอาญาทุกประเภท เว้นแต่เยาวชนที่มีอายุเกินกว่าสิบหกปีบริบูรณ์ในขณะกระทำความผิดได้กระทำความผิดอาญาในลักษณะร้ายแรงตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 163 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2515 ศาลคดีเด็กและเยาวชนจึงจะไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดี เมื่อปรากฏว่าขณะกระทำความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ จำเลยอายุไม่เกินกว่า 16 ปีบริบูรณ์ แม้ขณะโจทก์ฟ้องจำเลยมีอายุ 16 ปี 3 เดือนเศษ โจทก์ต้องฟ้องต่อศาลคดีเด็กและเยาวชน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาพยายามชิงทรัพย์ จำเลยให้การรับสารภาพ ในวันสืบพยานประกอบคำรับสารภาพ จำเลยยื่นคำร้องว่าขณะกระทำความผิดอายุจำเลยยังไม่ถึง ๑๖ ปี ขอให้ศาลรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษจำเลย
ศาลชั้นต้นสั่งว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุไม่เกิน ๑๖ ปี ซึ่งความข้อนี้ปรากฏภายหลังที่ศาลได้ประทับฟ้อง จึงให้โอนคดีไปยังศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง เพื่อพิจารณาพิพากษา ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๑๒
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความประสงค์ที่จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนขึ้นก็เพื่อสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน จึงมีบทบัญญัติว่าด้วยการสอบสวน การพิจารณาและการพิพากษาคดีเป็นพิเศษผิดกับคดีธรรมดา สำหรับการพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ก็มีบัญญัติไว้ในมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๖๓ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๑๕ ว่า ศาลคดีเด็กและเยาวชนมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีเด็กหรือเยาวชนถูกฟ้องคดีอาญาทุกประเภท เว้นแต่เยาวชนที่มีอายุเกินกว่าสิบหกปีบริบูรณ์ได้กระทำความผิดอาญาในลักษณะร้ายแรงตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา ๘ (๑) ศาลคดีเด็กและเยาวชนจึงจะไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดี คดีนี้ปรากฏว่าขณะจำเลยกระทำความผิดมีอายุไม่เกินกว่า ๑๖ ปีบริบูรณ์ แม้ได้ความว่าขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยมีอายุ ๑๖ ปี ๓ เดือนเศษแล้ว โจทก์ก็ต้องฟ้องต่อศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดี คำสั่งและคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3666/2531
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายชัยวัฒน์ พระพินิจ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายชัยวัฒน์ พระพินิจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายประสาร ปทุมบาล · ศาลอุทธรณ์ - นายปราโมทย์ บุนนาค |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา