⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3869/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3869/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่รถยนต์คันหนึ่งขับชิดทางด้านซ้ายของเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนตลอดมาจนกระทั่งเกิดเหตุ โดยไม่ได้ขับชิดทางด้านขวาของเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนในขณะให้สัญญาณไฟเลี้ยวขวา ถือว่ามีส่วนประมาทก่อให้เกิดความเสียหายด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถยนต์โดยสารแซงรถยนต์บรรทุกของโจทก์และชนรถยนต์บรรทุกของโจทก์ในขณะที่รถยนต์บรรทุกของโจทก์กำลังเลี้ยวขวา แม้รถยนต์บรรทุกไม่ได้เลี้ยวตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด แต่การที่รถยนต์บรรทุกของโจทก์ขับชิดทางด้านซ้ายตลอดมาจนกระทั่งเกิดเหตุ ไม่ได้ขับชิดทางด้านขวาของเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนในขณะให้สัญญาณไฟเลี้ยวขวา เพื่อเป็นการเตรียมที่จะเลี้ยวขวาดังนี้ รถยนต์บรรทุกของโจทก์มีส่วนประมาทก่อให้เกิดความเสียหายอยู่ด้วย โจทก์จึงควรมีส่วนรับผิดในค่าเสียหายที่รถยนต์โดยสารก่อขึ้นหนึ่งในสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.51

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ ๒ ในทางการที่จ้างโดยประมาทแซงรถยนต์บรรทุกของโจทก์ซึ่งมีนายสมัย เป็นผู้ขับและได้ให้สัญญาณจะเลี้ยวขวาเข้าทางแยก จำเลยที่ ๑ แซงไม่พ้นจึงชนท้ายรถของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ๒๐๑,๓๕๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ให้การว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ประมาท จำเลยที่ ๑ ให้สัญญาณแตรขอทางเมื่อจะแซงมาตั้งแต่ไกล และใช้ระยะเวลานานก่อนที่จะเปลี่ยนช่องทางเดินรถมาด้านขวา ขณะนั้นนายสมัยขับรถชิดอยู่ทางซ้าย จนกระทั่งจำเลยที่ ๑ เปลี่ยนช่องเดินรถมาด้านขวาเพื่อจะแซง นายสมัยจึงได้ขับรถยนต์บรรทุกเลี้ยวขวาโดยกระทันหันขวางทางเดินรถของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ห้ามล้ออย่างแรงและหลบมาในช่องทางซ้ายมือ แต่ไม่พ้นจึงเกิดเฉี่ยวชนกัน รถยนต์ของโจทก์เสียหายเล็กน้อย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๖๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฟังไม่ได้ว่ารถยนต์บรรทุกได้ขับเลี้ยวตัดหน้ารถยนต์โดยสารกระชั้นชิด ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่านายสมัยได้ขับรถยนต์บรรทุกของโจทก์ชิดทางด้านซ้ายตลอดมาจนกระทั่งเกิดเหตุ ไม่ได้ขับชิดทางด้านขวาของเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนในขณะให้สัญญาณไฟเพื่อเลี้ยวขวาเพื่อเป็นการเตรียมที่จะเลี้ยวขวา ดังนี้ จึงฟังได้ว่ารถยนต์บรรทุกโจทก์มีส่วนร่วมประมาทก่อให้เกิดความเสียหายด้วย โจทก์จึงควรมีส่วนรับผิดในค่าเสียหายที่รถยนต์โดยสารจำเลยที่ ๒ ก่อขึ้นหนึ่งในสาม โจทก์มีสิทธิได้รับค่าเสียหายเพียง ๔๐,๐๐๐ บาท แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้ฎีกามาด้วย แต่คำพิพากษานี้เกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ จึงให้มีผลไปถึงจำเลยที่ ๑ ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๕ (๑) ประกอบด้วยมาตรา ๒๔๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ ๑,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3869/2531 นายสมใจ พ่วงสวัสดิ์ โจทก์ นายศิริ จั่นเพชร กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมใจ พ่วงสวัสดิ์ · ล. - นายศิริ จั่นเพชร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · ประชา บุญวนิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายบุญชู ละอองศิริวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8137/2538ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา