⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4353/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4353/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีไม้สักและไม้พลวงซึ่งเป็นไม้แปรรูป 2 จำนวนในคราวเดียวกันโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แม้การมีไม้สักแปรรูปจะเป็นความผิดโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนปริมาตรของไม้ต่างกับไม้พลวงแปรรูปซึ่งจะต้องมีปริมาตรเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร จึงจะเป็นความผิดก็ตาม การกระทำของจำเลยก็ยังคงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่ความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติป่าไม้ ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ ม.73

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๓๐ เวลากลางวัน จำเลยมีไม้สักแปรรูปจำนวน ๑๐ แผ่น ปริมาตร ๐.๑๑๒ ลูกบาศก์เมตร และไม้พลวงแปรรูปจำนวน ๔๐ แผ่น ปริมาตร ๐.๘๘๒ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ ไว้ในความครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๘๘, ๗๒, ๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ พระราชบัญญัติป่าไม่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๔ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓, ๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๔ ให้ลงโทษจำคุก ๑ ปี ปรับ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๑,๕๐๐ บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔, ๓๐ ของกลางริบ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว โจทก์ฎีกาว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีไม้สักและไม้พลวงไว้ในความครอบครองโดยแยกจำนวนและปริมาตรของไม้สักไว้จำนวนหนึ่ง และแยกไม้พลวงไว้อีกจำนวนหนึ่ง ตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๔๘ และมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่แก้ไขแล้วนั้นประสงค์ให้ลงโทษความผิดฐานมีไม้สักไว้ต่างหากกระทงหนึ่ง และไม้พลวงกับไม้ชนิดอื่น ๆ อีกกระทงหนึ่ง เพราะไม้สักไม่ว่าจะมีจำนวนเท่าใดก็เป็นความผิด ส่วนไม้ชนิดอื่น ๆ ต้องมีจำนวนเกิน ๐.๒๐ ลูกบาศก์เมตร การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรมนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้แปรรูป ๒ จำนวนในคราวเดียวกันโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เพียงแต่เป็นไม้ต่างชนิดกันเท่านั้น และการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๒ ที่แก้ไขแล้ว ซึ่งเป็นบทมาตราเดียวกัน แม้การมีไม้สักแปรรูปจะเป็นความผิดโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนปริมาตรของไม้ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งต่างกับไม้พลวงแปรรูปที่จะต้องมีปริมาตรเกิน ๐.๒๐ ลูกบาศก์เมตร จึงจะเป็นความผิดก็ตาม ก็หาทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังฎีกาของโจทก์ไม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4353/2531 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายชัยพนธ์ โลห์ติวิกุล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · ล. - นายชัยพนธ์ โลห์ติวิกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ บุญศรี · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายพีรพล พิชยวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา