⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 456/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเลื่อนการพิจารณาคดีต้องมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ และต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าหากไม่เลื่อนคดีจะทำให้เสียความยุติธรรม. การอ้างว่าไม่ทราบกฎหมายที่แก้ไขแล้วไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เพียงแต่ยื่นคำร้องเข้ามาในวันนัดพิจารณาว่า โจทก์มาศาลตามกำหนดนัดไม่ได้เพราะโจทก์ต้องเดินทางไปต่างประเทศไม่ปรากฏว่ามีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องแถลงให้ศาลทราบถึงเหตุว่าเป็นอย่างไร ทั้งยังต้องแสดงให้เป็นที่พอใจของศาลอีกด้วยว่าถ้าศาลไม่ให้เลื่อนคดีจะทำให้เสียความยุติธรรม แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 ที่แก้ไขแล้ว ศาลจึงไม่อาจให้เลื่อนการพิจารณาได้ แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 ที่แก้ไขแล้วได้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2527 อันเป็นวันที่โจทก์ขอเลื่อนคดี แต่เมื่อมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ใช้เป็นกฎหมายแล้ว โจทก์จะอ้างว่าไม่ทราบถึงการแก้ไขกฎหมายเพื่อไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนั้นไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างว่าความเป็นเงิน200,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย ระหว่างการสืบพยานโจทก์ โจทก์ขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องและพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้จากรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 27 สิงหาคม 2527 อันเป็นวันนัดสืบพยาน โจทก์นัดแรกว่า โจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนแถลงว่าตัวโจทก์ติดว่าความคดีอื่นที่ศาลแพ่งไม่สามารถมาเบิกความเป็นพยานได้ พยานอื่นซึ่งมีอีก 2 ปากมิได้เตรียมมา เพราะประสงค์จะสืบตัวโจทก์ก่อน ขอเลื่อนคดีศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ในวันที่ 3 ตุลาคม 2527 และวันที่ 17 ตุลาคม 2527 เวลา9.00 นาฬิกา ทั้งสองวัน โดยในวันที่ 17 ตุลาคม 2527 ให้นัดสืบพยานจำเลยด้วย ครั้นถึงวันนัด ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่3 ตุลาคม 2527 ว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าตัวโจทก์ต้องเดินทางไปต่างประเทศ และทนายโจทก์แถลงว่า พยานอื่นไม่ได้นัดมา จำเลยรับสำเนาคำร้องแล้วแถลงว่าสุดแต่ศาลจะพิจารณาเห็นสมควร ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า ไม่ปรากฏว่าโจทก์เดินทางไปต่างประเทศเมื่อใด และมีเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงอย่างไรอีกทั้งโจทก์ก็ไม่เตรียมพยานอื่น ซึ่งตามบัญชีพยานโจทก์นอกจากตัวโจทก์แล้วมีเพียงปากเดียว มาศาล คำร้องขอเลื่อนของโจทก์ถือว่าไม่มีเหตุจำเป็นและสมควรไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ให้ยกคำร้องและถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ให้รอฟังคำพิพากษาตอนบ่าย ต่อมาได้พิพากษายกฟ้องในวันนั้นเอง พิเคราะห์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2527 บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้กำหนดนัดวันนั่งพิจารณาและแจ้งให้คู่ความทราบแล้ว ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเหตุจำเป็นที่จะต้องขอเลื่อนการนั่งพิจารณาต่อไปโดยเสนอคำขอในวันนั้นหรือก่อนวันนั้น ศาลจะสั่งให้เลื่อนต่อไปก็ได้ แต่เมื่อศาลได้สั่งให้เลื่อนไปแล้วคู่ความฝ่ายนั้น จะขอเลื่อนการนั่งพิจารณาอีกไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ และคู่ความฝ่ายที่จะขอเลื่อนแสดงให้เป็นที่พอใจของศาลได้ว่า ถ้าศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนต่อไปอีก จะทำให้เสียความยุติธรรม ก็ให้ศาลสั่งเลื่อนคดีต่อไปได้เท่าที่จำเป็น แม้จะเกินกว่าหนึ่งครั้ง" กฎหมายมีอยู่ดั่งนี้ อันแสดงว่ามีเจตนารมณ์ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาโดยมิชักช้า การให้เลื่อนคดีก็อนุญาตให้เลื่อนได้เพียงครั้งเดียว จะเลื่อนอีกได้ก็ต่อเมื่อเข้าข้อยกเว้น กรณีของโจทก์เพียงแต่ยื่นคำร้องเข้ามาในวันนัดพิจารณานั้นเองว่า วันนี้โจทก์มาศาลตามกำหนดนัดไม่ได้ เพราะโจทก์ต้องเดินทางไปต่างประเทศ เป็นการกล่าวอ้างขึ้นมาลอย ๆไม่ปรากฏว่า มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ ถ้าการไปต่างประเทศเพื่อท่องเที่ยวก็ไม่ใช่เหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องแถลงให้ศาลทราบถึงเหตุจำเป็นอย่างไรทั้งยังต้องแสดงให้เป็นที่พอใจของศาลอีกด้วยว่า ถ้าศาลไม่ให้เลื่อนคดีจะทำให้เสียความยุติธรรม แต่โจทก์กลับมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวนี้เลย ศาลจึงไม่อาจให้เลื่อนการพิจารณาไปได้เพราะเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40ที่แก้ไขใหม่นี้ได้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2527อันเป็นวันที่โจทก์ขอเลื่อนคดีครั้งที่ 2 โจทก์ได้เดินทางไปต่างประเทศแล้วไม่อาจทราบถึงการแก้ไขกฎหมายนี้ได้ ถือว่ามีความจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ และการไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีกรณีเช่นนี้ ย่อมทำให้เสียความยุติธรรมนั้น เห็นว่า เมื่อมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ใช้เป็นกฎหมายแล้ว โจทก์จะทราบหรือไม่ ก็เป็นกฎหมายที่ต้องนำมาใช้บังคับแล้ว โจทก์จะอ้างว่าไม่ทราบเพื่อไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้หาได้ไม่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้อง แล้วพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456/2531 นาย กิรินทร์ ชัชวาล วงศ์ โจทก์ บริษัท บู๊ทส์ ( ประเทศ ไทย ) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย กิรินทร์ ชัชวาล วงศ์ · จำเลย - บริษัท บู๊ทส์ ( ประเทศ ไทย ) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ กรรณสูต · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2270/2524ฎีกา 2751/2522ฎีกา 654/2541ฎีกา 108/2538ฎีกา 2211/2534ฎีกา 7040/2543ฎีกา 196/2523ฎีกา 1644/2519ฎีกา 5344/2542ฎีกา 5734/2545ฎีกา 3717/2538ฎีกา 4990/2531ฎีกา 1899/2512ฎีกา 14/2514ฎีกา 1420/2531ฎีกา 6/2518ฎีกา 1356/2530ฎีกา 2974/2532ฎีกา 1530/2543ฎีกา 805/2519ฎีกา 1988/2535ฎีกา 7470/2543ฎีกา 3267/2547ฎีกา 126/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา