⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4645/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4645/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงแต่ปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง แต่ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยในอัตราโทษเดิม ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงแต่ปรับบทกฎหมายที่ลงโทษจำเลยโดยระบุวรรคให้ถูกต้อง แต่ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์มีข้อสงสัยตามสมควรศาลต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยอันเป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ และที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักอันเป็นการโต้แย้งดุลพินิจการกำหนดโทษซึ่งล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 80จำเลยไม่ได้ให้การถือว่าปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ3 ปี รวม 9 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 แต่ศาลชั้นต้นมิได้ระบุวรรคสมควรระบุเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปีคงลงโทษจำคุก 3 ปี โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่จะปรับว่าคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ ต้องพิจารณาความผิดเป็นรายกระทงไป คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก รวม3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี ดังนี้ศาลอุทธรณ์เพียงแต่ปรับบทกฎหมายที่ลงโทษจำเลยให้ถูกต้องและให้จำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปีจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาว่าบาดแผลที่อวัยวะเพศของเด็กหญิงสุนีย์ คิดอยู่ ผู้เสียหายมิใช่เกิดจากการกระทำของจำเลย คำเบิกความของเด็กหญิงสุนีย์ผู้เสียหายที่ว่า จำเลยกระทำผิดนั้นกลับไปกลับมา ไม่อาจรับฟังได้เอกสารหมาย จ.3, จ.4 และ จ.5 ที่โจทก์อ้างส่งศาล ผู้เสียหายก็มิได้เบิกความรับรองจึงไม่อาจนำมาประกอบเป็นหลักฐานยืนยันว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องพยานหลักฐานของฝ่ายจำเลยสอดคล้องต้องกัน ทั้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหากคดีมีข้อสงสัยตามสมควรศาลต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง นั้น เห็นว่าฎีกาของจำเลยล้วนแต่เป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ทั้งสิ้นจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ตามพฤติการณ์ต่าง ๆ ในคดีนี้สมควรพิพากษาลงโทษจำเลยสถานหนักเพื่อให้จำเลยรู้สึกหลาบจำ ไม่คิดจะกระทำความผิดอีก ขอให้ศาลฎีกาลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้นเป็นการโต้แย้งดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นอีกเช่นกัน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาโจทก์และจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4645/2531 อัยการ เพชรบุรี โจทก์ นาย เจือ พันธ์ น้อย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ เพชรบุรี · จำเลย - นาย เจือ พันธ์ น้อย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา