⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4648/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4648/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกิดจากการเจรจาระหว่างนายจ้างกับสหภาพแรงงาน จะมีผลผูกพันลูกจ้างทุกคนก็ต่อเมื่อลูกจ้างที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานนั้นมีจำนวนเกินกว่าสองในสามของลูกจ้างทั้งหมด หรือนายจ้างมีเจตนาที่จะให้ข้อตกลงนั้นมีผลผูกพันลูกจ้างทุกคน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มิได้เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานซึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลยทั้งโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องหรือมีส่วนในการเลือกตั้งผู้แทนซึ่งเข้าร่วมในการเจรจากับจำเลยผู้เป็นนายจ้าง จนได้มาซึ่งข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งโจทก์อ้างมาเป็นมูลในการฟ้องคดีนี้ และไม่ปรากฎว่าลูกจ้างที่เป็นสมาชิกของสภาพแรงงานซึ่งยื่นข้อเรียกร้องมีลูกจ้างเป็นสมาชิกเกินกว่าสองในสามของลูกจ้างทั้งหมด ทั้งไม่มีพฤติการณ์อันใดที่แสดงว่า จำเลยมีเจตนาที่จะให้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลผูกพันจำเลยและลูกจ้างทุกคนของจำเลย โจทก์จึงหาได้รับประโยชน์จากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้ง 37 สำนวนศาลมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโจทก์ทุกสำนวนฟ้องเป็นใจความทำนองเดียวกัน ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินโบนัสประจำปีให้แก่โจทก์แต่ละคน ในอัตราค่าจ้างสุดท้ายคูณด้วยสอง ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างธนาคารจำเลยกับสหภาพแรงงาน จำเลยให้การว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไม่ผูกพันโจทก์กับจำเลย เพราะโจทก์ทุกคนมิได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ซึ่งได้จัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเรื่องเงินโบนัสไว้ การพิจารณาจ่ายเงินโบนัส จำเลยพิจารณาผลการดำเนินกิจการเมื่อเห็นว่าปี2530 จำเลยประสบภาวะขาดทุนจึงเห็นสมควรที่จะไม่จ่ายเงินโบนัสแต่จำเลยได้พิจารณาเงินพิเศษให้เป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือน 1 เดือนโดยมีหลักเกณฑ์การจ่ายเช่นเดียวกับเงินโบนัส การที่โจทก์เรียกร้องเงินโบนัสมาถึงคนละ 2 เดือน จึงเป็นการเรียกร้องซ้ำซ้อนกับเงินที่โจทก์ได้รับไปแล้ว ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสให้โจทก์แต่ละคนเป็นจำนวนเท่าเงินเดือนของแต่ละคนคนละ 1 เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จำเลยอุทธรณ์ขึ้นมานี้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 19 วรรคแรกบัญญัติไว้ว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้างซึ่งลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องนั้น ตลอดจนลูกจ้างซึ่งมีส่วนในการเลือกตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาทุกคนส่วนวรรคสองบัญญัติว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่กระทำโดยนายจ้างหรือสมาคมนายจ้างกับสหภาพแรงงาน หรือลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน โดยมีลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันเป็นสมาชิก หรือร่วมในการเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างเกินกว่าสองในสามของลูกจ้างทั้งหมด ให้ถือว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันนั้นทุกคน แสดงให้เห็นว่าลูกจ้างที่จะต้องผูกพันหรือได้รับประโยชน์จากข้อตกลงเกี่ยวกับสหภาพการจ้างที่ทำขึ้นระหว่างลูกจ้างและนายจ้างนั้นจะต้องเป็นลูกจ้างที่ลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องหรือมีส่วนในการเลือกตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาเกี่ยวกับข้อเรียกร้องกับนายจ้าง หรือถ้าเป็นกรณีที่สหภาพแรงงานเป็นฝ่ายยื่นข้อเรียกร้องและสหภาพแรงงานดังกล่าวมีสมาชิกไม่เกินกว่าสองในสามของลูกจ้างทั้งหมด กรณีดังกล่าวเฉพาะแต่สมาชิกของสหภาพแรงงานดังกล่าวเท่านั้น จึงจะต้องผูกพันหรือได้รับผลประโยชน์จากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งเกิดจากการยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน สำหรับกรณีของโจทก์โจทก์ทุกคนยอมรับว่ามิได้เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ซึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลยทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้อง หรือมีส่วนในการเลือกตั้งผู้แทนซึ่งเข้าร่วมในการเจรจากับจำเลยเป็นผู้เป็นนายจ้าง จนได้มาซึ่งข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งโจทก์อ้างมาเป็นมูลในการฟ้องคดีนี้ และไม่ปรากฏว่าลูกจ้างที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานซึ่งยื่นข้อเรียกร้องมีลูกจ้างเข้าเป็นสมาชิกเกินกว่าสองในสามของลูกจ้างทั้งหมด ทั้งได้ความว่าไม่มีพฤติการณ์อันใดที่แสดงว่า จำเลยมีเจตนาที่จะให้ข้อตกลงเกี่ยวกับสหภาพการจ้างตามเอกสารหมาย จ.1 มีผลผูกพันจำเลยและลูกจ้างทุกคนของจำเลย เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์จึงหาได้รับประโยชน์จากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวไม่ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสให้โจทก์ทุกคนอีกคนละ 1 เดือนตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามเอกสารหมาย จ.1 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทุกสำนวน" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4648/2531 นาย ประกิต อุษณาภิรักษ์ กับพวก โจทก์ ธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประกิต อุษณาภิรักษ์ กับพวก · จำเลย - ธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2004/2527ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1316/2536ฎีกา 404/2530ฎีกา 6977/2544ฎีกา 556-557/2529ฎีกา 2490/2526ฎีกา 2658/2542ฎีกา 1463/2530ฎีกา 287-295/2551ฎีกา 2811/2527ฎีกา 2736-2738/2530ฎีกา 4371-4451/2544ฎีกา 1615/2545ฎีกา 618-622/2531ฎีกา 2113/2524ฎีกา 7920/2543ฎีกา 4208/2530ฎีกา 3756/2529ฎีกา 347/2534ฎีกา 12088/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ