⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5048/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบหมายงานให้พนักงานปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือจากตำแหน่งหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ อาจไม่ถือเป็นการแต่งตั้งที่ชอบด้วยกฎหมาย และการกระทำผิดโดยการเบียดบังทรัพย์สินที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว อาจไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐฯ แต่เป็นความผิดตาม ป.อาญา หากคดีขาดอายุความตามที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

การเคหะแห่งชาติมีคำสั่งกำหนดบุคคลผู้ไขกุญแจตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ติดตั้งในบริเวณเคหะชุมชนต่าง ๆ โดยในคำสั่งนั้นระบุตำแหน่งของกรรมการไว้โดยเฉพาะ และมีหัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชนเป็นประธานกรรมการ ในกรณีที่บุคคลบางตำแหน่งไม่มี คำสั่งดังกล่าวก็ได้กำหนดให้หัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชนแต่ตั้งบุคคลที่ดำรงตำแหน่งอื่นเป็นกรรมการแทน แต่บุคคลนั้นต้องดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานจัดการทรัพย์สินหรือพนักงานธุรการประจำสำนักงานเคหะชุมชนนั้น จำเลยดำรงตำแหน่งทางสายงานเป็นพนักงานบริการและดำรงตำแหน่งทางการบริหารเป็นหัวหน้างานสำนักงาน ดูแลเคหะชุมชน จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการไขกุญแจเก็บเงินจากตู้โทรศัพท์ได้ การที่หัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชนได้มอบหมายให้จำเลยมีหน้าที่ไขตู้โทรศัพท์เก็บเงินส่งเจ้าหน้าที่ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำสั่งตั้งกรรมการที่ชอบด้วยกฎหมาย และถือไม่ได้ว่าเป็นการมอบหมายในฐานะผู้บังคับบัญชา หากแต่เป็นเรื่องมอบหมายงานให้จำเลยปฏิบัติแทนหัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชนในฐานะประธานกรรมการ เป็นการภายในเท่านั้น จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายในอันที่จะจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ในฐานะเป็นพนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ การที่จำเลยเบียดบังเงินที่เก็บได้จากตู้โทรศัพท์บางส่วน จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2512 มาตรา 4 คงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 แต่เมื่อการเคหะแห่งชาติมิได้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.3 พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๓,๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติฯ มาตรา ๔ รวม ๒๕ กระทง จำคุก ๕๐ ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑(๓) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นพนักงานของการเคหะแห่งชาติดำรงตำแหน่งทางสายงานเป็นพนักงานบริการ ๑(๒) และดำรงตำแหน่งทางการบริหารเป็นหัวหน้าคนงาน สำนักงานดูแลเคหะชุมชนดินแดง ๑ นายศักดา แม้นสุวรรณ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชนดินแดง ๑ เป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยปี พ.ศ.๒๕๒๓ นายศักดามีคำสั่งให้จำเลยไปประจำหน้าที่หัวหน้าคนงานอาคารชุดโครงการดินแดง ๓ อาคาร ๘ ชั้น ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานเคหะชุมชนดินแดง ๑ และในปลายปี พ.ศ.๒๕๒๓ นายศักดามอบหมายด้วยวาจาให้จำเลยปฏิบัติหน้าที่ไขกุญแจตู้โทรศัพท์สาธารณะในชุมชนอาคาร ๘ ขั้นดังกล่าวโดยปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานอื่นอีก ๑ หรือ ๒ คนทุกครั้ง แล้วนำเงินจากตู้โทรศัพท์ส่งให้แก่นางสาวกัญจนา เพียรแสงทอง เพื่อฝากธนาคารต่อไป การปฏิบัติงานของจำเลย จำเลยมีอำนาจและหน้าที่ตามคำสั่งที่ ๔/๒๕๒๔ ของหัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชนดินแดง ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๕ และตามคำสั่งที่ จ.๕/๒๕๒๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งที่ จ.๒๗/๒๕๒๔ ของการเคหะแห่งชาติ ตามเอกสารหมาย ล.๒, ล.๑ ตามลำดับซึ่งระบุว่า ...."........... ๓.๒ โทรศัพท์สาธารณะที่ติดตั้งในบริเวณเคหะชุมชนต่าง ๆ กำหนดให้บุคคลต่อไปนี้ เป็นผู้ไขกุญแจพร้อมทั้งนำเงินฝากธนาคาร ๓.๒.๑ หัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชน ฝ่ายจัดการทรัพย์สินเป็นประธานกรรมการ ๓.๒.๒ พนักงานจัดการทรัพย์สินหรือพนักงานธุรการประจำสำนักงานดูแลเคหะชุมชนนั้น ๆ เป็นกรรมการ ๓.๒.๓ หัวหน้างานรับเงินเคหะชุมชน กองรายได้ ฝ่ายการคลังเป็นกรรมการ หากเคหะชุมชนใดไม่มีหัวหน้างานรับเงินเคหะชุมชน ให้หัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชนแต่งตั้งจากพนักงานจัดการทรัพย์สินหรือพนักงานธุรการประจำสำนักงานเคหะ ชุมชนนั้นเป็นกรรมการแทนหนึ่งคน .................." เมื่อระหว่างวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๕ จำเลยได้เบียดบังเงินค่าโทรศัพท์สาธารณะบางส่วนไว้เป็นประโยชน์แก่ตนรวม ๒๕ ครั้ง มีปัญหาในชั้นฎีกาเฉพาะในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐว่า จำเลยมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์เงินค่าโทรศัพท์สาธารณะดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า คำสั่งการเคหะแห่งชาติที่ จ.๒๗/๒๕๒๔ เรื่องแก้ไขคำสั่งการเคหะแห่งชาติตามเอกสารหมาย ล.๑ ข้อ ๓.๒ ได้ระบุตำแหน่งของกรรมการไขกุญแจโทรศัพท์สาธารณะไว้โดยเฉพาะแล้ว ในกรณีที่บุคคลบางตำแหน่งไม่มี คำสั่งดังกล่าวได้กำหนดให้หัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชนแต่งตั้งบุคคลที่ดำรงตำแหน่งอื่นเป็นกรรมการแทนแต่บุคคลนั้นต้องดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานจัดการทรัพย์สินหรือพนักงานธุรการประจำสำนักงานเคหะชุมชนนั้น จำเลยดำรงตำแหน่งทางสายงานเป็นพนักงานบริการ ๑(๒) และดำรงตำแหน่งทางการบริหารเป็นหัวหน้าคนงาน สำนักงานดูแลเคหะชุมชนดินแดง ๑ จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการไขกุญแจเก็บเงินจากตู้โทรศัพท์ได้ การที่นายศักดาในฐานะที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานดูแลเคหะชุมชนดินแดง ๑ ได้มอบหมายให้จำเลยมีหน้าที่ไขกุญแจโทรศัพท์สาธารณะแล้วนำเงินส่งให้แก่นางสาวกัญจนา เฑียรแสงทอง เพื่อฝากธนาคารต่อไปนั้น ถือไม่ได้ว่าเป็นคำสั่งตั้งกรรมการที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายของเอกสารหมาย ล.๑ และถือไม่ได้ว่าเป็นการมอบหมายในฐานะผู้บังคับบัญชา เพราะบุคคลใดจะเป็นกรรมการได้คำสั่งการเคหะแห่งชาติดังกล่าวได้ระบุตำแหน่งไว้โดยเฉพาะแล้ว กรณีจึงเป็นเรื่องมอบหมายงานให้จำเลยปฏิบัติแทนนายศักดาในฐานะประธานกรรมการเป็นการภายในเท่านั้น จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายในอันที่จะจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ในฐานะเป็นพนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ การที่จำเลยได้เบียดบังเงินที่เก็บได้จากตู้โทรศัพท์บางส่วน จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๕ คงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ แต่ตามเอกสารหมาย จ.๘ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพนักงานที่ต้องหาว่ากระทำผิดวินัยและความรับผิดทางแพ่งฉบับลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๕ มีข้อความสำคัญว่า จำเลยรับสารภาพในการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นของสำนักงานดูแลเคหะชุมชนดินแดง ๑ ว่า ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาและยินยอมชดใช้เงิน ๒๑,๖๘๓ บาท ที่ยักยอกคืนให้แก่การเคหะแห่งชาติแล้วแสดงว่าการเคหะแห่งชาติได้รับเงินคืนจากจำเลยแล้วในขณะนั้น จึงถือได้ว่าการเคหะแห่งชาติรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว แต่การเคหะแห่งชาติได้ร้องทุกข์เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๒๖ จึงพ้นกำหนด ๓ เดือน คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายบุญชง วาดเขียน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายบุญชง วาดเขียน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัช มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7100/2538ฎีกา 123/2528ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1057/2514ฎีกา 2975/2529ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1172/2511ฎีกา 2597/2516ฎีกา 1140/2507ฎีกา 605/2511ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 979/2501ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 626/2507ฎีกา 1127/2523ฎีกา 2269/2538ฎีกา 617/2536ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555ฎีกา 898/2525ฎีกา 1112/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา