คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5282/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชนะคดี แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ก็ย่อมมีสิทธิยื่นคำแก้ฎีกาเพื่อแสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นของตนได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ แต่โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาเพราะศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชนะคดี แต่จำเลยก็ยื่นคำแก้ฎีกาว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยจึงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาในชั้นฎีกาด้วยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ครอบครองที่ดินแทนโจทก์ ได้นำที่ดินไปออก น.ส.3 ในชื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตร และขัดขวางไม่ให้โจทก์เข้าทำกิน ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบที่ดินพิพาท และจดทะเบียนโอนเป็นชื่อโจทก์ จำเลยให้การว่าเป็นที่ดินจำเลย โจทก์มิได้ฟ้องเรียกคืนภายใน 1 ปี ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่าที่ดินเป็นของโจทก์ แต่โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 1 ปี ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินคืน พิพากษายืนโจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาเพราะศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชนะคดี แต่จำเลยทั้งสองก็ได้ยื่นคำแก้ฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยที่ 1 ได้มาจากมารดาและจำเลยที่ 1 โอนให้จำเลยที่ 2 จึงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาในชั้นฎีกาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลย" และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5282/2531
นาย สุบิน บุญ ตา โจทก์
นาย โสม ศ รี เมือง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย สุบิน บุญ ตา · จำเลย - นาย โสม ศ รี เมือง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อากาศ บำรุงชีพ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา