⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5450/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5450/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นนั้นเป็นที่สุด จะฎีกาต่อไปไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่มีการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์นั้น เมื่อผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์หรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์นั้นเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จำเลยจะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.236

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืม ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานในกำหนดเวลาเป็นเหตุให้ศาลไม่รับ บัญชีระบุพยานของจำเลย จำเลยได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัญญากู้ขึ้นใหม่จากนายวันชัย นันทสุรศักดิ์ หากศาลอนุญาตให้จำเลยนำนายวันชัยเข้าสืบจะเป็นประโยชน์ในข้อเท็จจริง และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเลยขอยื่นบัญชีระบุพยานมาพร้อมคำร้องนี้ ขอศาลได้อนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ จำเลยจะต้องยื่นระบุบัญชีพยานไม่น้อยกว่า ๓ วัน ก่อนสืบพยานหากทราบความมีอยู่พยานภายหลังจากสืบพยานไปแล้ว จึงชอบที่จะระบุเพิ่มเติมจำเลยมิได้ระบุพยานจึงไม่มีเหตุที่จะรับบัญชีระบุพยานของจำเลย ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ศาลอุทธรณ์สั่งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๑) ให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓๔ บัญญัติว่า "ถ้าศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ ผู้รับอุทธรณ์อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลอุทธรณ์" และมาตรา ๒๓๖ บัญญัติว่า "เมื่อคู่ความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ให้ศาลส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลอุทธรณ์ โดยไม่ชักช้าพร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีของศาลชั้นต้นและฟ้องอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องตรวจสำนวน ให้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ ในกรณีเช่นนี้ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดแล้วส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นอ่าน เห็นว่าตามมาตรา ๒๓๖ บัญญัติไว้ชัดว่าในกรณีที่มีการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์นั้น เมื่อผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ก็ดี หรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ก็ดี ให้คำสั่งของศาลอุทธรณ์นั้นเป็นที่สุด กล่าวคือจะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์นั้นไม่ได้ ฉะนั้นคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ที่สั่งยืนตามศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จึงเป็นคำสั่งถึงที่สุดตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๖ จำเลยจึงฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่ได้ พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความในชั้นฎีกาให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5450/2531 นางนวล อยู่สุข โจทก์ นายเจริญ อินทอุดม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนวล อยู่สุข · ล. - นายเจริญ อินทอุดม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายสินทร สิงห์นิมิตรตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย บุญธินันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6602/2541ฎีกา 432/2503ฎีกา 8277/2551ฎีกา 3190/2530ฎีกา 9276/2542ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 5187/2548ฎีกา 8584/2553ฎีกา 1404/2498ฎีกา 5503/2536ฎีกา 42/2509ฎีกา 4659/2552ฎีกา 10431/2550ฎีกา 432/2542ฎีกา 3666/2540ฎีกา 2197/2548ฎีกา 657-660/2510ฎีกา 628/2532ฎีกา 170/2504ฎีกา 2405/2533ฎีกา 1582/2556ฎีกา 6260/2541ฎีกา 6582/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา