⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5565/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5565/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ จะต้องเป็นไปตามเหตุที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 78 เท่านั้น การกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติอื่นของกฎหมายการเลือกตั้ง แม้จะมีความผิดตามกฎหมาย แต่ไม่เป็นเหตุให้ร้องขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 78 บัญญัติเหตุอันจะพึงร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ไว้โดยเฉพาะว่าต้องมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26,32,34,51 หรือมาตรา 52 เท่านั้น ตามคำร้องของผู้ร้องที่อ้างเหตุคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 2 และผู้คัดค้านที่ 3 ผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยตนเองหรือตัวแทนของตนได้ให้อามิสสินจ้างแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 จึงเป็นข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวางโทษตามมาตรา 84 มิใช่เหตุที่จะต้องคัดค้านการเลือกตั้งเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา 78 ส่วนที่อ้างเหตุคัดค้านว่าผู้คัดค้านที่ 3 ได้พิมพ์โฆษณารูปผู้ร้อง ชื่อพรรคซึ่งผู้ร้องสังกัดอยู่ และชื่อผู้ร้องในแผ่นพิมพ์โฆษณา แต่บอกหมายเลขประจำตัวของผู้คัดค้านที่ 3 ไว้ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งตามหมายเลขดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นความจริงนั้นก็เป็นข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 67 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องระวางโทษตามมาตรา 84 มิใช่เหตุที่จะร้องคัดค้านการเลือกตั้งเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 78 จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบจะรับไว้พิจารณา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 79 บัญญัติให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นคำฟ้องตามบทวิเคราะห์ศัพท์ในมาตรา 1(3) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งจะต้องชอบด้วยมาตรา 172 วรรคสอง แต่ผู้ร้องบรรยายมาในคำร้องว่า เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้แกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหล่นหายและขีดฆ่าชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางคนซึ่งมีตัวตนออกโดยพลการ มิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่ากรรมการผู้ใดได้แกล้งทำบัญชีรายชื่อหล่นหายหรือขีดฆ่าชื่อผู้ใดซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งออกพอที่จะให้เข้าใจได้ว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งผู้ใดประจำหน่วยเลือกตั้งใดจงใจไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือกระทำการอันใดเพื่อขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 52 จึงเป็นคำร้องเคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม.35 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม.67 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม.78 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม.79 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม.84

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๑ ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ จังหวัดร้อยเอ็ดได้แบ่งเขตการเลือกตั้งเป็น ๓ เขต โดยเขตที่ ๓ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ๒ คน มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ๒๔ คน ผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข ๘ ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าในเขตเลือกตั้งนี้มีผู้ได้รับเลือกตั้ง คือ นายเยี่ยมพล พลเยี่ยม และนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ส่วนผู้ร้องได้คะแนนเป็นอันดับที่ ๔ ทั้งนี้เพราะการเลือกตั้งในเขตดังกล่าวกระทำไปโดยมิชอบ และนายเยี่ยมพล พลเยี่ยม กับนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ได้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๒ กล่าวคือ ในระหว่างการหาเสียงนายเยี่ยมพลได้ให้ตัวแทนแจกจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งครอบครัวละ ๓๐ บาท พร้อมด้วยบัตรโฆษณาชื่อและหมายเลข ๑๙ ของนายเยี่ยมพลทุกครอบครัวในเขตเลือกตั้งที่ ๓ และได้พูดขอให้ผู้นั้นเลือกลงคะแนนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข ๑๙ เป็นการตอบแทน สำหรับนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ได้ให้ตัวแทนแจกจ่ายเงินและขันน้ำพลาสติกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ ๓ จังหวัดร้อยเอ็ดทุกครอบครัว โดยจ่ายเงินให้ครอบครัวละ ๔๐ บาท กับขัน ๑ ใบ พร้อมบัตรโฆษณาชื่อนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข ๑ เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงให้แก่นายนิรันดร์ นอกจากนี้นายนิรันดร์ยังได้พิมพ์ใบปลิวโฆษณาให้ปรากฏรูป ชื่อผู้ร้องและชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผู้ร้องสังกัดอยู่แต่บอกหมายเลขประจำตัวว่าเบอร์ ๑ ซึ่งความจริงแล้วผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข ๘ นำใบปลิวดังกล่าวไปแจกจ่ายแก่ประชาชน ในเขตเลือกตั้งที่ ๓ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยเช่น หน่วยเลือกตั้งที่วัดสระโบสถ์ หมู่บ้านชวาว กับหน่วยเลือกตั้งโรงเรียนสามัคคีเสลภูมิบ้านคุ้มใต้ หมู่ที่ ๖ ตำบลกลาง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้แกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหล่นหายและขีดฆ่าชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางคนซึ่งมีตัวตนอยู่ออกโดยพลการทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหล่านั้นไม่สามารถลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้ร้องได้ ทำให้ผู้ร้องไม่ได้รับการเลือกตั้งขอให้ศาลมีคำสั่งว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดเขตเลือกตั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๑ เป็นไปโดยมิชอบให้เพิกถอนการเลือกตั้ง และให้เลือกตั้งใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้คัดค้านที่ ๑ ยื่นคำคัดค้านว่า นายอำเภอเสลภูมิและกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ไม่ได้กลั่นแกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหล่นหายไป และไม่ได้จงใจช่วยเหลือให้ผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้งและคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม ขอให้ยกคำร้อง นายเยี่ยมพล พลเยี่ยม ผู้คัดค้านที่ ๒ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ ๒ ไม่เคยแจกจ่ายเงินหรือให้ตัวแทนออกไปแจกจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมด้วยบัตรโฆษณาชื่อและหมายเลข ๑๙ ของผู้คัดค้านแต่อย่างใด การเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้คัดค้านที่ ๓ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านไม่เคยแจกจ่ายเงิน ขันน้ำพลาสติกหรือทรัพย์สินอื่นใด และไม่ได้พิมพ์ใบโฆษณาลวงผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้สำคัญผิด และไม่มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคนใดดำเนินการกลั่นแกล้งผู้สมัครคนอื่นหรือช่วยเหลือผู้คัดค้านโดยมิชอบ คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม อนึ่ง คำร้องของผู้ร้องที่กล่าวอ้างเกี่ยวกับการคัดค้านการเลือกตั้งนั้น มิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในหมวดการคัดค้านการเลือกตั้งเพราะมิได้เป็นไปตามมาตรา ๒๖ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๕๑ หรือมาตรา ๕๒ แต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดได้พิจารณาคำร้องและคำคัดค้านแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ไม่จำต้องไต่สวน จึงให้งดการไต่สวนและทำความเห็นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาว่า เห็นควรให้ยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยอ้างเหตุว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๖๗ หรือไม่ และคำร้องของผู้ร้องที่อ้างเหตุคัดค้านการเลือกตั้งว่า เป็นไปโดยมิชอบอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา + นั้น เคลือบคลุมหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๗๘ บัญญัติเหตุอันจะพึงร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ไว้โดยเฉพาะว่าต้องมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๕๑ หรือมาตรา ๕๒ เท่านั้น ตามคำร้องของผู้ร้องที่อ้างเหตุคัดค้านประการแรกว่านายเยี่ยมพล พลเยี่ยม ผู้คัดค้านที่ ๒ และนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้คัดค้านที่ ๓ ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข ๑๙ และหมายเลข ๑ ตามลำดับ โดยตัวเองหรือตัวแทนของตนได้ให้อามิสสินจ้างแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้คัดค้านที่ ๒ ที่ ๓ นั้น จึงเป็นข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวางโทษตามมาตรา ๘๔ มิใช่เหตุที่จะต้องคัดค้านการเลือกตั้งเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา ๗๘ และกรณีที่ผู้ร้องอ้างเหตุคัดค้านประการที่สองว่า นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้คัดค้านที่ ๓ ได้พิมพ์โฆษณารูปผู้ร้อง ชื่อพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งผู้ร้องสังกัดอยู่และชื่อผู้ร้องในแผ่นพิมพ์โฆษณา แต่บอกหมายเลขประจำตัวว่าเบอร์ ๑ ซึ่งความจริงแล้วผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข ๘ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข ๑ นั้น ก็เป็นเพียงข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๖๗ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องระวางโทษตามมาตรา ๘๔ มิใช่เหตุที่จะร้องคัดค้านการเลือกตั้งเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา ๗๘ แต่อย่างใด สำหรับการร้องของผู้ร้องที่อ้างเหตุคัดค้านประการสุดท้ายว่าเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย เช่นหน่วยเลือกตั้งที่วัดสระโบสถ์ในหมู่บ้านขวาว ตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ และหน่วยเลือกตั้งที่โรงเรียนสามัคคีเสลภูมิบ้านคุ้มใต้ หมู่ที่ ๖ ตำบลกลาง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด แกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหล่นหาย และขีดฆ่าชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางคนซึ่งมีตัวตนอยู่ออกโดยพลการนั้น เห็นว่าพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๗๙ บัญญัติให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็นคำฟ้องตามบทวิเคราะห์ศัพท์ในมาตรา ๑(๓) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งจะต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นตามมาตรา ๑๗๒ วรรคสอง แต่ผู้ร้องได้บรรยายคำร้องในส่วนนี้ว่า เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้แกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหล่นหาย และขีดฆ่าชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางคนซึ่งมีตัวตนออกโดยพลการ เช่นนี้คำร้องของผู้ร้องจึงมิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่า กรรมการผู้ใดได้แกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดหล่นหาย หรือขีดฆ่าชื่อผู้ใดซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งออกทั้งที่มีตัวตนอยู่ พอที่จะให้เข้าใจได้ว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งผู้ใดประจำหน่วยเลือกตั้งใดจงใจไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือกระทำการอันใดเพื่อขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๕๒ ดังนั้น คำร้องของผู้ร้องจึงเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ วรรคสอง เมื่อคำร้องของผู้ร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขตเลือกตั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๑ เป็นคำร้องที่อ้างเหตุอันมิใช่เหตุที่จะร้องคัดค้านการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๗๘ และเหตุที่ร้องคัดค้านการเลือกตั้งตามมาตรา ๕๒ ก็เป็นคำร้องที่เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๒ วรรคสอง ตามที่วินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่อาจรับคำร้องไว้พิจารณาได้ มีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5565/2531 นายเฉลียว คล้ายหนองสรวง โจทก์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเฉลียว คล้ายหนองสรวง · ล. - ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายวิชัย เหลืองวิไล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1010/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา