⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5566/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5566/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำผิดซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยนั้นชอบด้วยกฎหมาย แม้กฎหมายดังกล่าวจะถูกยกเลิกไปแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 มาตรา 7 ให้ลงโทษจำคุก 1 เดือน และจำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะจำนวนเงินที่ให้ใช้คืนแก่ผู้เสียหาย เป็นการแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เพียงเล็กน้อย ทั้งศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปี จำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 แม้พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 จะยกเลิกพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองหางาน พ.ศ.2511 แต่ก็มิได้ยกเลิกความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจำเลยกระทำในทางตรงกันข้ามกลับกำหนดโทษสำหรับความผิดดังกล่าวให้สูงขึ้นกว่าเดิมอีก ดังนั้น ศาลจึงชอบที่จะลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะจำเลยกระทำผิดเพราะเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม.7 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๙๑, ๓๔๑, ๓๔๓ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ นับโทษจำเลยที่ ๓ ต่อจากโทษของจำเลยที่ ๑ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๘๕๖/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้น และให้จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันคืนเงินจำนวน ๓๑๘,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย ๒๖ คน จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๗ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ปรับ ๑,๐๐๐ บาท ลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำคุกคนละ ๑ เดือนและจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๓ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำคุกคนละ ๕ ปี รวมโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๑๑,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ คนละ ๕ ปี ๑ เดือน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงินจำนวน ๓๑๘,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย ๒๖ คน ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ ๓ ต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ ๘๕๖/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้นนั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลพิพากษาให้รอการลงโทษ จึงไม่มีโทษจำคุกจะนับต่อให้ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงิน ๓๐๘,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย ๒๖ คน โดยเฉพาะนายสิม พัดไธสง ให้ได้รับเงินเพียง ๒๐,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เพียงเล็กน้อย ทั้งศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ กระทงละไม่เกิน ๕ ปี จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อ ๒.๑ ของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ก็อ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาข้อ ๒.๑ สำหรับฎีกาข้อ ๒.๒ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ อ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกาเป็นประการแรกว่า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๗ ยังไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ถูกยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๓ จะนำกฎหมายที่ยกเลิกแล้วมาลงโทษจำเลยหาได้ไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์ข้อฎีกาดังกล่าวแล้ว เห็นว่าแม้พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ จะยกเลิกพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ แต่ก็มิได้ยกเลิกความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ กระทำ ในทางตรงกันข้ามกลับกำหนดโทษสำหรับความผิดดังกล่าวให้สูงขึ้นกว่าเดิมอีก ดังนั้นศาลจึงชอบที่จะลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ กระทำผิด เพราะเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกาอีกประการหนึ่งว่า เมื่อข้อเท็จจริงมิได้ปรากฏว่าจำเลยได้ประการโฆษณาต่อประชาชนโดยทั่วไปเพียงแต่พูดจาชักชวนพวกผู้เสียหาย ๒๖ คนเท่านั้น จะลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงประชาชนหาได้ไม่นั้นปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงไว้ว่า ตามพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามเป็นการร่วมกันมีเจตนาทุจริต เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายทั้ง ๒๖ คน และประชาชนให้สมัครไปทำงานในต่างประเทศกับจำเลยทั้งสามเพื่อเอาเงินจากผู้ถูกหลอกลวงดังกล่าวดังนั้นข้อฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ดังกล่าวจึงเป็นการคัดค้านคำวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทั้งสามมิได้มีเจตนาหลอกลวงเฉพาะผู้เสียหาย ๒๖ คนเท่านั้นแต่มีเจตนาหลอกลวงประชาชนโดยทั่วไปด้วย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5566/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ บริษัทแพนโฟโก้ จำกัด กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - บริษัทแพนโฟโก้ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายวุฒิ คราวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2229/2515ฎีกา 2246/2520ฎีกา 2593/2521ฎีกา 7217/2544ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 915/2566ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 4276/2534ฎีกา 6196/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6416/2541ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา