คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6034/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่อว่าที่ดินอยู่ติดถนน ทั้งที่ความจริงได้แบ่งขายส่วนที่ติดถนนให้ผู้อื่นไปแล้ว ถือเป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง แม้ผู้ซื้อจะไม่ได้พิสูจน์ความเสียหายด้านราคาโดยตรง แต่การได้ชำระราคาไปโดยหลงเชื่อข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือน ถือเป็นความเสียหายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยการนำชี้ว่าที่ดินของจำเลยอยู่ติดถนน ทั้ง ๆ ที่จำเลยแบ่งขายที่ดินส่วนที่อยู่ติดถนนให้แก่บุคคลอื่นไปก่อนแล้ว เป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อจึงซื้อที่ดินของจำเลย ซึ่งหากโจทก์ทราบว่าที่ดินของจำเลยไม่ติดถนน โจทก์ก็จะไม่ซื้อที่ดินของจำเลย แม้โจทก์จะไม่ได้นำสืบว่าราคาที่ดินที่โจทก์ชำระแก่จำเลยนั้นสูงกว่าราคาที่ดินแปลงที่โจทก์ซื้อมาเท่าใด โจทก์ก็ได้รับความเสียหายเพราะได้ชำระราคาแก่จำเลยโดยหลงเชื่อว่าที่ดินอยู่ติดถนน การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341จำเลยอายุ 73 ปี โจทก์เองก็มีส่วนประมาทอยู่บ้าง พฤติการณ์และเหตุผลแห่งรูปคดีมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทุจริตหลอกลวงโจทก์โดยการนำชี้ว่าที่ดินของจำเลยอยู่ติดถนน โจทก์หลงเชื่อจึงได้ตกลงซื้อและชำระราคาที่ดินให้จำเลยแล้ว ซึ่งความจริงที่ดินด้านติดถนนจำเลยได้ตัดแบ่งขายให้บุคคลอื่นไปแล้ว การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำเลยมีอายุ 70 ปี แก่ชรามากแล้ว เห็นสมควรลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักให้รับฟังได้ การที่จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยการนำชี้ว่าที่ดินของจำเลยอยู่ติดถนน ทั้ง ๆ ที่จำเลยแบ่งขายที่ดินส่วนที่อยู่ติดถนนให้แก่บุคคลอื่นไปก่อนแล้ว เป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อจึงซื้อที่ดินของจำเลย ซึ่งหากโจทก์ทราบว่าที่ดินของจำเลยไม่ติดถนน โจทก์ก็จะไม่ซื้อที่ดินของจำเลย แม้โจทก์จะไม่ได้นำสืบว่าราคาที่ดินที่โจทก์ชำระแก่จำเลยนั้นสูงกว่าราคาที่ดินแปลงที่โจทก์ซื้อมาเท่าใดก็ตาม โจทก์ก็ได้รับความเสียหายเพราะได้ชำระราคาที่ดินแก่จำเลยโดยหลงเชื่อว่าที่ดินอยู่ติดถนนดังกล่าวแล้ว การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นอย่างไรก็ดีปรากฏว่าจำเลยอายุ 73 ปีอยู่ในวัยชราแล้ว ทั้งพฤติการณ์แห่งคดีโจทก์เองก็มีส่วนประมาทอยู่บ้าง พฤติการณ์และเหตุผลแห่งรูปคดีจึงมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลยเพื่อให้โอกาสแก่จำเลยสักครั้งแต่เห็นสมควรลงโทษปรับจำเลยอีกโสดหนึ่งด้วย"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยด้วย 6,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามที่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6034/2531
นาย มา นิตย์ ภาค วงศ์ โจทก์
นาย เผื่อ น แก้ว น้อย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย มา นิตย์ ภาค วงศ์ · จำเลย - นาย เผื่อ น แก้ว น้อย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ศักดิ์ สนองชาติ · กู้เกียรติ สุนทรบุระ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ