⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1017/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1017/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่ใช้กักกันสัตว์ป่วยเพื่อรักษาซึ่งราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ถือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่พลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 การครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยราษฎรนานเพียงใด ไม่อาจทำให้ที่ดินนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของราษฎรได้

ย่อคำพิพากษา

การเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ เป็นไปตามสภาพของที่นั่นเองไม่มีกฎหมายบังคับว่าสาธารณสมบัติของแผ่นดินจะต้องขึ้นทะเบียนไว้ ที่ดินพิพาทเป็นที่กักกันสัตว์ป่วยไว้รักษาซึ่งราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 โจทก์จะอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์โดยครอบครองทำประโยชน์มานานแล้วหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์แต่ละคนเป็นเจ้าของที่ดินต่างแปลงมีอาณาเขตติดต่อกันมานานกว่า ๓๐ ปี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ โจทก์ได้แบ่งที่ดินส่วนหนึ่งให้ทางราชการเพื่อปลูกสร้างโรงพยาบาล คงเหลือที่ดินอีก ๒๖ ไร่ ซึ่งโจทก์ได้แบ่งเฉลี่ยวกันเป็นสัดส่วนตามส่วนที่เคยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นพนักงานสำนักงานราชพัสดุจังหวัดได้ทำการรังวัดปักเขตที่ดินของโจทก์ และเสนอเรื่องต่อไปยังจำเลยที่ ๒ เพื่อให้รับขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นที่ดินราชพัสดุ จำเลยที่ ๒ ได้ขึ้นทะเบียนที่ดินโจทก์เป็นที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขที่ ศก.๕๔๕ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ได้ทำหนังสือคัดค้านยื่นต่อราชพัสดุจังหวัดศรีสะเกษเพื่อขอให้ทางราชการเพิกถอนที่ดินราชพัสดุแปลงดังกล่าวออกจากทะเบียนเสีย แต่จำเลยที่ ๒ ก็ยังไม่ทำการเพิกถอนให้ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์แต่ละคนมีสิทธิครอบครองตามส่วนของตนตามแผนที่เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๓ ให้เพิกถอนทะเบียนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขที่ ศก.๕๔๕ ออกจากทะเบียนที่ดินราชพัสดุเสีย จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินหรือมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ที่ดินพิพาทเดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่า สำหรับราษฎรในเขตตำบลบึงบูรพใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยใช้เป็นที่กักกันสัตว์ที่เจ็บป่วยเป็นโรค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดสัตว์ในหมู่บ้านเป็นที่ดินของรัฐซึ่งเป้นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และทางราชการได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุเพื่อสงวนไว้ใช้ประโยชน์ในทางราชการมิใช่ที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสิบเก้าคนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสิบเก้าคนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์นั้น โจทก์นำสืบว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์โดยครอบครองทำประโยชน์มานาน แต่โจทก์ทุกคนยกเว้นโจทก์ที่ ๑๙ ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน เช่น ใบเหยียบย่ำ ตราจอง หรือหลักฐานแจ้งสิทธิครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) เป็นพยานสนับสนุน สำหรับโจทก์ที่ ๑๙ แม้จะมีใบเหยียบย่ำเอกสารหมาย จ.๗ เป็นพยานสนับสนุน แต่ข้อเท็จจริงก็ไม่ได้ความชัดว่า ที่ดินตามใบเหยียบย่ำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินพิพาท แม้โจทก์บางคนจะเสียภาษีบำรุงท้องที่ก็ไม่ใช่พยานหลักฐานที่แสดงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท พยานหลักฐานของโจทก์จึงเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ส่วนจำเลยมีพยานหลายคน อาทิ นายสีดา แดงงาม อายุ ๘๔ ปี นายจันทร์ วงศ์จอม อายุ ๖๘ ปี นายมานิตย์ บุญเย็น อายุ ๗๒ ปี นายเมือง วงศ์จอม อายุ ๖๓ ปี ต่างยืนยันว่าที่ดินพิพาทเป็นที่กักกันสัตว์ป่วยไว้รักษาซึ่งราษฎาใช้ประโยชน์ร่วมกัน พยานจำเลยเหล่านี้เป็นคนเก่าคนแก่ ได้รู้เห็นสภาพความเป็นมาของที่ดินพิพาทแห่งนี้โดยใกล้ชิดตลอดมา น่าเชื่อว่าที่ดินพิพาทเป็นที่กันกันสัตว์ป่วยไว้รักษา ซึ่งราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้ทางราชการจะไม่ได้ขึ้นทะเบียนสาธารณะสมบัติของแผ่นดินไว้ กฎหมายก็ไม่ได้บังคับว่าจะต้องขึ้นทะเบียนไว้ เพราะการจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ เป็นไปตามสภาพของที่นั้นเอง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งพลเมืองใช่ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) หาใช่เป็นของโจทก์ไม่ ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1017/2532 นายปราศรัย พรหมทา กับพวก 19 คน โจทก์ นายมานะ วิเวโก กับพวก 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปราศรัย พรหมทา กับพวก 19 คน · จำเลย - นายมานะ วิเวโก กับพวก 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียร ยูงทอง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายประเสริฐ เขียนนิลศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายรุทธ์ ถนอมกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 2978/2553ฎีกา 5832/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา