⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1176/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินของผู้จะซื้อตามสัญญาจะซื้อขาย โดยอาศัยสิทธิของผู้จะขาย ถือเป็นการยึดถือแทนผู้จะขาย มิใช่ยึดถือในฐานะเจ้าของ จึงไม่อาจได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ได้

ย่อคำพิพากษา

ในการทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาท ผู้ร้องกับผู้ขายตกลงกันไว้ว่าให้ผู้ร้องชำระค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือภายใน 1 ปี แล้วจึงจะโอนกรรมสิทธิ์กัน เมื่อผู้ร้องไม่ได้ชำระค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือ แม้ผู้ขายจะมอบที่พิพาทให้ผู้ร้องเข้าครอบครองแล้วก็ถือไม่ได้ว่าผู้ขายมีเจตนาสละการครอบครองที่พิพาทให้ ผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้จะซื้อ การที่ผู้ร้องเข้าครอบครองที่พิพาทก็โดยอาศัยสิทธิของผู้ขายตามสัญญาจะซื้อขายเป็นการยึดถือแทนผู้ขาย มิใช่ยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทเกินกว่า 10 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องตกลงจะซื้อที่ดินจากร้อยตำรวจเอกพยัคฆ์ สะหนิบุตร ผู้ขายโดยวางมัดจำไว้ ผู้ขายมอบที่ดินให้ผู้ร้องครอบครอง ผู้ร้องชำระค่าที่ดินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ขายแล้ว ผู้ร้องครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า ๑๐ ปี จึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้มีคำสั่งว่าผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวและสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินใส่ชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ด้วย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ขาย ผู้ขายไม่เคยขายหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นขายที่ดินให้ผู้ร้อง ผู้ร้องไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องนำสืบอ้างว่า ในการทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายหรือวางมัดจำเอกสารหมาย จ.๓ ผู้ร้องกับร้อยตำรวจเอกพยัคฆ์ตกลงกันว่าให้ผู้ร้องชำระเงินส่วนที่เหลือภายใน ๑ ปี แล้วจึงจะไปโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทกัน เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องได้ชำระเงินค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือให้แก่ร้อยตำรวจเอกพยัคฆ์ แม้ว่าร้อยตำรวจเอกพยัคฆ์ได้มอบที่พิพาทให้ผู้ร้องเข้าครอบครองแล้วก็ตามก็ถือไม่ได้ว่าร้อยตำรวจเอกพยัคฆ์มีเจตนาสละการครอบครองที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้จะซื้อ ดังนั้น การที่ผู้ร้องเข้าครอบครองที่พิพาทจึงเป็นการครอบครองโดยอาศัยสิทธิของร้อยตำรวจเอกพยัคฆ์ตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายหรือสัญญาวางมัดจำเอกสารหมาย จ.๓ อันเป็นการยึดถือที่พิพาทแทนร้อยตำรวจเอกพยัคฆ์ มิใช่เป็นการยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของทั้งไม่ปรากฏว่าต่อมาผู้ร้องได้เปลี่ยนแปลงลักษณะแห่งการยึดถือโดยบอกกล่าวไปยังร้อยตำรวจเอกพยัคฆ์หรือทายาทว่าไม่เจตนาจะยึดถือที่พิพาทแทน ถึงแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า ผู้ร้องได้ครอบครองที่พิพาทมาเกินกว่า ๑๐ ปี ก็หาได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้คัดค้านฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2532 นายอับดุลกายูม เบ็นราฮิม ผู้ร้อง นายชูชัย สะหนิบุตร ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายอับดุลกายูม เบ็นราฮิม · ผู้คัดค้าน - นายชูชัย สะหนิบุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายชวเลิศ โสภณวัต · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1760/2548ฎีกา 3405/2537ฎีกา 8551/2550ฎีกา 726/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 3081/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา