⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2178/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2178/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่กฎหมายห้ามเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น ถือเป็นความผิดในตัว การมีไว้หรือใช้ซึ่งทรัพย์สินในการกระทำความผิดดังกล่าว เป็นเหตุให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ 3/2529 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2529 ข้อ 20 ออกตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งระบุว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดนำก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ หรือถ่ายก๊าซออกจากถังก๊าซหุงต้มนอกสถานที่บรรจุก๊าซไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีใด ๆ ทั้งสิ้น" อันเป็นคำสั่งที่ห้ามเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้นให้อนุญาตให้ทำได้ จึงเป็นความผิดอยู่ในตัวมิใช่อยู่ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ดังนั้น เครื่องมือเครื่องใช้ในการถ่ายก๊าซ เครื่องสูบก๊าซ ท่อพักก๊าซ ถังเก็บก๊าซ และจ่ายก๊าซถังก๊าซหุงต้ม เศษเหล็กของถังก๊าซซึ่งระเบิดเสียหาย สายสูบก๊าซพร้อมหัวสูบ เครื่องชั่งน้ำหนัก แท่นรองถังก๊าซ และรถยนต์บรรทุกถังก๊าซ ของกลาง จึงเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ ในการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๔ ข้อ ๒, ๔ พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๑๖ มาตรา ๓, ๘ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๑๖ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๐ มาตรา ๓ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๓/๒๕๒๙ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ข้อ ๒๐ พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๘, ๖๘ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการค้าซึ่งเป็นที่รังเกี่ยจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๖ ข้อ ๔ (๘๔) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๙๑, ๒๒๕, ๓๙๐ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๒๖ มาตรา ๔ ริบของกลางทั้งหมด จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๔ ข้อ ๒, ๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๑๖ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๐ มาตรา ๓ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๓/๒๕๒๙ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ข้อ ๒๐ พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๘, ๖๘ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๖ ข้อ ๔ (๘๔) ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓, ๘๓, ๙๑, ๒๒๕, ๓๙๐ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๒๖ มาตรา ๔ ความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันฯ มาตรา ๓, ๘ และประกาศของคณะปฏิวัติฯ ข้อ ๒, ๔ ลงโทษตามพระราชกำหนดแก้ไขมาตรา ๓, ๘ และประกาศของคณะปฏิวัติฯ ข้อ ๒, ๔ ลงโทษตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันฯ มาตรา ๓, ๘ บทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกคนละ ๘ ปี ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๕, ๓๙๐ ลงโทษตามมาตรา ๒๒๕ บทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกคนละ ๖ ปี ลงโทษตามพระราชบัญญัติสาธารณสุขฯ มาตรา ๘, ๖๘ ปรับคนละ ๑๐๐ บาท รวม ๓ กระทง ให้จำคุกคนละ ๑๔ ปี และปรับคนละ ๑๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๗ ปี และปรับคนละ ๕๐ บาท ของกลางไม่ริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๔ ข้อ ๒, ๔ พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๑๖ มาตรา ๓, ๘ ที่แก้ไขแล้ว คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๓/๒๕๒๙ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ข้อ ๒๐ ลงโทษตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ บทหนักอีกกระทงหนึ่ง จำคุกคนละ ๘ ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๔ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาในชั้นนี้คงมีตามฎีกาโจทก์เพียงว่า ควรริบของกลางหรือไม่เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ ๓/๒๕๒๙ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๑๖ ข้อ ๒๐ อยู่ด้วย ซึ่งคำสั่งข้อนี้ระบุว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดนำก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ หรือถ่ายก๊าซออกจากถังก๊าซหุงต้มนอกสถานที่บรรจุก๊าซ ไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีใด ๆ ทั้งสิ้น" อันเป็นคำสั่งที่ห้ามเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้นให้อนุญาตให้ทำได้ จึงเป็นความผิดอยู่ในตัวไม่ใช่อยู่ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ดังนั้น เครื่องมือ เครื่องใช้ในการถ่ายก๊าซจึงถูกริบได้ แม้คำสั่งและพระราชกำหนดดังกล่าวจะมิได้บัญญัติให้ริบไว้โดยเฉพาะแต่ก็มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น จึงนำเอาบทบัญญัติทั่วไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) ที่ว่าเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดมาใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของกลางคดีนี้คือ เครื่องสูบก๊าซชนิดไอพร้อมมอเตอร์ เครื่องสูบก๊าซชนิดเหลวพร้อมมอเตอร์ ท่อพักก๊าซ ถังเก็บก๊าซและจ่ายก๊าซ ถังก๊าซหุงต้ม เศษเหล็กของถังก๊าซซึ่งระเบิดเสียหาย สายสูบก๊าซ สายสูบก๊าซพร้อมหัวสูบ เครื่องชั่งน้ำหนัก แท่นรองถังก๊าซ รถยนต์บรรทุกถังก๊าซ ขนาด ๑๓,๐๐๐ ลิตร หมายเลขทะเบียน ๘๐ - ๒๔๘๗ พระนครศรีอยุธยาก็ล้วนแต่มีสภาพที่ได้ใช้และมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดทั้งสิ้น ประกอบกับเมื่อโจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่าจำเลยทั้งสามได้ใช้และมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด จำเลยทั้งสามก็ให้การรับสารภาพตามฟ้องจึงต้องฟังว่าของกลางคดีนี้เป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดซึ่งศาลมีอำนาจริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่ริบของกลางโดยเข้าใจว่าของกลางคือก๊าซแล้ววินิจฉัยว่า การที่จำเลยทั้งสามมีก๊าซไว้ไม่เป็นความผิดจึงไม่ริบก๊าซของกลางนั้น ยังคลาดเคลื่อนอยู่ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบของกลางทั้งหมด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2178/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายศรีสวัสดิ์ ดอนคำพา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายศรีสวัสดิ์ ดอนคำพา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย กันนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 3067/2530ฎีกา 12543/2553ฎีกา 3074/2537ฎีกา 1027/2485ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1232/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา