⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2515/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2515/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบดูแลสถานที่สาธารณะ มีหน้าที่ต้องระมัดระวังดูแลสถานที่นั้นให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย หากเกิดความเสียหายแก่บุคคลจากการละเลยหน้าที่ดังกล่าว ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่หากผู้เสียหายมีส่วนผิดหรือประมาทร่วมด้วย ค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจะต้องลดลงตามส่วน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเทศบาลมีหน้าที่ดูแลรักษาสระน้ำพุและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำน้ำพุให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและปลอดภัย การที่จำเลยปล่อยปละละเลยไม่จัดหาอุปกรณ์มาปิดบังหรือเก็บซ่อนสายไฟฟ้าที่ต่อจากมอเตอร์ มายังเครื่องปั๊มน้ำมันซึ่งมีสภาพเก่าไว้ให้มิดชิด แต่กลับปล่อยทิ้งไว้กลางแจ้ง ทั้งจำเลยทราบแล้วว่าในวันเกิดเหตุเป็นวันสงกรานต์ มีผู้มาเล่นน้ำบริเวณน้ำพุกันมากรวมทั้งเอาน้ำในสระดังกล่าวสาด รด กัน ทำให้บริเวณรอบ ๆ น้ำพุเปียกน้ำ เป็นเหตุให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องทำน้ำพุลงไปในสระน้ำ ทำให้บุตรโจทก์ซึ่งลงไปเล่นน้ำในสระดังกล่าวถูกไฟฟ้าดูดถึงแก่ความตายเช่นนี้ ถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลย สระน้ำพุดังกล่าวจำเลยสร้างขึ้นเพื่อความสวยงาม และเป็นที่พักผ่อนหย่อน ใจของประชาชน การที่ผู้ตายลงไปเล่นน้ำในสระน้ำพุดังกล่าว ซึ่งมิใช่สถานที่จัดให้ลงไปเล่นน้ำได้ เหตุที่เกิดขึ้นจึงถือได้ว่าเป็นเพราะความผิดของผู้ตายประกอบอยู่ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442 ค่าสินไหมทดแทนอันโจทก์ควรจะได้รับมากน้อยเพียงใด จึงต้องอาศัยพฤติการณ์แห่งกรณีเป็นประมาณตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 223.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายซึ่งเป็นบุตรผู้เยาว์ จำเลยประมาทเลินเล่อไม่ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าของสระน้ำพุให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และไม่กั้นรั้วล้อมรอบสระดังกล่าวไม่ปักป้ายห้ามลงเล่นน้ำในสระ เป็นเหตุให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วลงไปในสระ ทำให้บุตรโจทก์ซึ่งลงเล่นน้ำในสระดังกล่าวถูกไฟฟ้าดูดถึงแก่ความตาย ขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ทำละเมิด ไม่มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงในสระน้ำพุ จำเลยสร้างสระน้ำพุเพื่อความสวยงามและใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน จำเลยทำรั้วล้อมรอบบริเวณอนุเสาวรีย์ได้ปักป้ายประกาศห้ามลงเล่นน้ำ และจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลห้ามมิให้ประชาชนลงเล่นน้ำ การตายของบุตรโจทก์มิได้เกิดจากถูกกระแสไฟฟ้าดูด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์รวม๙๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบุตรโจทก์ถูกกระแสไฟฟ้าในสระน้ำพุดูดถึงแก่ความตายและมีกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องทำน้ำพุจริง มีปัญหาว่า จำเลยประมาทเลินเล่อหรือไม่เห็นว่า ตามภาพถ่ายเครื่องทำน้ำพุ เอกสารหมาย จ.๖ มีสายไฟฟ้าต่อจากมอเตอร์ไปยังเครื่องปั๊มน้ำ และจากปั๊มน้ำมีท่อเหล็กส่งน้ำต่อไปที่หัวฉีดน้ำพุในสระน้ำ สายไฟฟ้าที่ต่อจากมอเตอร์มายังเครื่องปั๊มน้ำมีสภาพเก่าและปล่อยไว้กลางแจ้งโดยไม่มีอุปกรณ์ปิดบังหรือเก็บซ่อนไว้ให้มิดชิดแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเกิดเหตุซึ่งเป็นวันสงกรานต์ มีผู้มาเล่นน้ำบริเวณสระน้ำพุกันมาก รวมทั้งเอาน้ำในสระสาดรดกันจนทำให้บริเวณดังกล่าวเปียกน้ำด้วย เมื่อสายไฟฟ้าถูกน้ำทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลไปตามท่อเหล็กจากปั๊มน้ำลงไปในสระน้ำพุดังกล่าว ซึ่งหากจำเลยไม่ปล่อยปละละเลยแต่ได้ดูแลรักษาสายไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยปลอดภัยแล้วก็จะไม่ทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลดังเช่นที่เกิดขึ้นนี้ได้ นอกจากนี้ไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของจำเลยมาห้ามปรามมิให้ลงเล่นน้ำหรือคอยรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนแต่อย่างใด บริเวณสระน้ำพุก็ไม่มีป้ายห้ามลงเล่นน้ำในสระด้วย ถือว่าจำเลยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย จำเลยต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดดังกล่าว สำหรับจำนวนค่าสินไหมทดแทนนั้น เห็นว่า การที่ผู้ตายลงไปเล่นน้ำในสระน้ำพุดังกล่าวซึ่งมิใช่สถานที่จัดให้ลงไปเล่นน้ำได้แต่เป็นสระน้ำพุที่จำเลยจัดสร้างขึ้นเพื่อความสวยงาม และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนเท่านั้น เหตุที่เกิดขึ้นจึงถือได้ว่าเป็นเพราะความผิดของผู้ตายประกอบอยู่ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๒ ค่าสินไหมทดแทนอันโจทก์ควรจะได้รับมากน้อยเพียงใด จึงต้องอาศัยพฤติการณ์แห่งกรณีเป็นประมาณตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๓ โดยเฉพาะคดีนี้ศาลฎีกาเห็นสมควรให้โจทก์ได้รับค่าสินไหมทดแทนรวม ๖๐,๐๐๐ บาทฎีกาจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๖๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ ๑,๐๐๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2515/2532 นาย สุวิทย์ ศิริสาร โจทก์ เทศบาลเมือง เชียงราย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุวิทย์ ศิริสาร · จำเลย - เทศบาลเมือง เชียงราย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพั+น์ อุ+ภาพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8137/2538ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา