⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2584/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2584/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่มารดายกให้แก่ภรรยาในระหว่างสมรสโดยไม่ระบุว่าเป็นสินส่วนตัว ถือเป็นสินสมรสระหว่างสามีภริยา แม้กฎหมายจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ก็ไม่ทำให้สินสมรสเปลี่ยนสภาพเป็นสินส่วนตัว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นภรรยาชอบด้วยกฎหมายของ ส. ในระหว่างสมรสเมื่อพ.ศ. 2508 มารดาจำเลยยกที่ดินซึ่งเป็นส่วนของตนตามโฉนดเลขที่11878 ให้แก่จำเลยโดยไม่ระบุว่าให้เป็นสินส่วนตัว ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับ ส. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เดิม มาตรา 1464 และมาตรา 1466 แม้ต่อมาบทบัญญัติบรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1471และมาตรา 1474 จะบัญญัติแตกต่างจากบทบัญญัติบรรพ 5 เดิมก็ไม่ทำให้ที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสอยู่แต่เดิมเปลี่ยนเป็นสินส่วนตัวของจำเลย เพราะกฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่ได้บัญญัติให้เปลี่ยนแปลงไปดังกรณีสินเดิม ส. จึงมีอำนาจทำพินัยกรรมยกที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ทั้งสองได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1481

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1471 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1481 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1464 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1466 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม.7 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม.1471 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม.1474 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม.1481

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ ในระหว่างการสมรสของจำเลยกับนายสิน เรืองศรี มารดาจำเลยทำหนังสือยกที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของตนตามโฉนดเลขที่ ๑๑๘๗๘ ให้แก่จำเลยโดยไม่ระบุว่าให้เป็นสินเดิมหรือสินส่วนตัว ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรสของจำเลยกับนายสิน ต่อมานายสิทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองแล้ว จึงขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทกับแบ่งที่ดินพิพาทตามโฉนดดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสอง หากไม่ยอมแบ่ง ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า มารดาจำเลยยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยโดยไม่ได้ระบุให้เป็นสินสมรส จึงตกเป็นสินส่วนตัวเองจำเลย ไม่ใช่มรดกของนายสินที่จะทำพินัยกรรมยกให้โจทก์ และจำเลยไม่ได้เก็บรักษาโฉนดไว้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๑๘๗๘ตำบลบางข่า อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ให้โจทก์ทั้งสองเพื่อไปดำเนินการใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยเท่ากับส่วนของนายสินผู้ตาย คือจำนวน ๒๗๒.๕ ตารางวาตามฟ้อง และให้จำเลยแบ่งส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสองให้แก่โจทก์ทั้งสอง ถ้าแบ่งกันเองไม่ได้ให้ประมูลระหว่างกันเองหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายสิน เรืองศรี โดยจดทะเบียนสมรสตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ระหว่างสมรสนางต่วน บุญยัง มารดาของจำเลยยกที่ดินเฉพาะส่วนของตนตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๑๘๗๘ ตามเอกสารหมาย จ.๒ ให้แก่จำเลยจำนวนเนื้อที่ ๕๔๕ ตารางวาเศษ เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๐๘ โดยไม่ระบุว่ายกให้เป็นสินส่วนตัว ต่อมานายสินทำพินัยกรรมยกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสอง มีปัญหาว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสหรือไม่ และนายสินทำพินัยกรรมยกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า ขณะที่มารดาจำเลยยกที่ดินให้แก่จำเลยนั้นเป็นเวลาที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ เดิม ยังใชับังคับอยู่ โดยมีมาตรา ๑๔๖๔ บัญญัติไว้ว่า "สินส่วนตัว ได้แก่ (๑) .......... (๒) .......... (๓) ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างเป็นสามีภรรยาโดยทางพินัยกรรมหรือยกให้โดยเสน่หา เมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้นั้นแสดงไว้ให้เป็นสินส่วนตัว" และมาตรา ๑๔๖๖ บัญญัติว่า "สินสมรสได้แก่ทรัพย์สินทั้งหมดที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส นอกจากที่ได้ระบุไว้ว่าเป็นสินเดิมหรือสินส่วนตัวตามมาตรา ๑๔๖๓ หรือ ๑๔๖๔"ดังนั้น ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนายสินตามบทกฎหมาดังกล่าว แม้ต่อมาวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มีบทบัญญัติ บรรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ใช้บังคับและมีมาตรา ๑๔๗๑ บัญญัติไว้ว่า "สินส่วนตัวได้แก่ทรัพย์สิน (๑) .......... (๒) .......... (๓) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรส โดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา..." และมาตรา ๑๔๗๔ บัญญัติว่า "สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน (๑) .......... (๒) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือ เมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส (๓) .........."แม้บทบัญญัติบรรพ ๕ ใหม่จะแตกต่างจากบทบัญญัติบรรพ ๕ เดิมก็ตามก็ไม่ทำให้ที่พิพาทซึ่งเป็นสินสมรสอยู่แต่เดิมเปลี่ยนเป็นสินส่วนตัของจำเลย เพราะกฎหมายใหม่ไม่ได้บัญญัติให้เปลี่ยนแปลงไปดังกรณีสินเดิม นายสินจึงมีอำนาจทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ทั้งสองได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยมาตรา ๑๔๘๑ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2584/2532 ร้อยตำรวจตรีถวิล เรืองศรี และ โจทก์ นางตาด เรืองศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความและ - ร้อยตำรวจตรีถวิล เรืองศรี · โจทก์ - · จำเลย - นางตาด เรืองศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทุบรี - นายบุญเจือ รัตนสมบัติ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9577/2552ฎีกา 7200/2540ฎีกา 6193/2551ฎีกา 9309/2539ฎีกา 7092/2538ฎีกา 1083/2540ฎีกา 3832/2540ฎีกา 3574/2541ฎีกา 2874/2559ฎีกา 679/2532ฎีกา 3601/2542ฎีกา 1445/2482ฎีกา 3392/2548ฎีกา 9720/2539ฎีกา 1242/2542ฎีกา 1106-1107/2526ฎีกา 516/2560ฎีกา 6007/2534ฎีกา 97/2569ฎีกา 2618/2524ฎีกา 810/2537ฎีกา 1228/2533ฎีกา 2294/2565ฎีกา 18894/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา