⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2724/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2724/2532

ป.อาญา ม.59, 83, 341 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แบ่งแยกหน้าที่กันทำระหว่างจำเลยกับพวกในการจัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศ โดยรับเงินแล้วไม่ดำเนินการให้ตามที่ตกลง ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง และหากไม่มีใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ถือเป็นความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นผู้ติดต่อชักจูงให้ผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศและรับเงินบางส่วนจากผู้เสียหายไว้ ทั้งยังเป็นผู้เขียนแผนที่ให้ผู้เสียหายเดินทางไปหาพวกจำเลยที่ กรุงเทพฯ เมื่อผู้เสียหายไม่ได้เดินทางไปทำงาน จำเลยก็เป็นผู้ติดต่อกับพวกจำเลยเพื่อให้คืนเงินแก่ผู้เสียหายการกระทำของจำเลยเข้าลักษณะที่แบ่งแยกหน้าที่กันทำในระหว่างจำเลยกับพวก หาใช่เป็นแต่เพียงผู้แนะนำให้ผู้ประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศติดต่อกับผู้ที่จะจัดส่งเองโดยตรงเท่านั้นไม่และการที่จำเลยกับพวกรับเงินผู้เสียหายไปแล้วไม่ดำเนินการให้ผู้เสียหายได้เดินทางไปทำงาน ตามที่จำเลยกับพวกพูดรับรองไว้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยกับพวกไม่มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง จำเลยกับพวกเคยส่งบุคคลอื่นไป ไต้หวัน โดยให้ถือหนังสือเดินทานักท่องเที่ยวแล้วมีนายจ้างมาคัดเลือกไปทำงานเมื่อไปถึง โดยจำเลยกับพวกไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจัดหางานจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง จำเลยกับพวกจึงมีความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.30 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.82 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.30 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.82

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายและผู้อื่นว่า สามารถจัดหางานให้แก่ผู้ต้องการไปทำงานในต่างประเทศได้ ซึ่งเป็นความเท็จ ทำให้จำเลยกับพวกได้รับเงินไปจากผู้เสียหายและบุคคลอื่นโดยมิได้จัดหางานให้ และจำเลยกับพวกร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๙๑, ๘๓ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐, ๘๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๓ จำคุก ๒ ปี ผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน จำคุก ๓ ปี รวมจำคุก ๕ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้เรียก นายมีพ่อตาผู้เสียหายเข้าไปและพูดชักชวนให้ไปบอกผู้เสียหายไปทำงานที่ไต้หวัน โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทน เมื่อนายมีมอบเงินบางส่วนของผู้เสียหายให้แก่จำเลย จำเลยก็พานายมีไปยืมเงินจากบุคคลอื่นอีกจากนั้นก็มอบเงินให้แก่จำเลยไป จำเลยได้เขียนแผนที่ให้ผู้เสียหายและคนอื่นซึ่งจะไปทำงานด้วยกันเดินทางไปหาพวกจำเลยที่กรุงเทพฯ ผู้เสียหายไปรอที่บ้านพวกจำเลย ๑ เดือน ก็ยังไม่ได้เดินทางจึงกลับไปบอกจำเลย จำเลยติดต่อกับพวกจำเลยแล้วนำเช็คมามอบให้แก่ผู้เสียหาย แต่เช็คภายหลังขึ้นเงินไม่ได้ จากพยานหลักฐาโจทก์ดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ติดต่อชักจูงให้ผู้เสียหายไปทำงานที่ไต้หวัน เป็นผู้รับเงินไปบางส่วน เขียนแผนที่ให้ผู้เสียหายกับผู้สมัครงานอื่นเดินทางไปหาพวกของจำเลยที่กรุงเทพมหานคร เมื่อผู้เสียหายไม่ได้เดินทางไปไต้หวัน จำเลยก็เป็นผู้ติดต่อกับพวกของจำเลยเพื่อให้คืนเงินแก่ผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยดังกล่าวอยู่ในลักษณะที่แบ่งแยกหน้าที่กันทำในระหว่างจำเลยกับพวก หาใช่จำเลยเป็นแต่เพียงผู้แนะนำให้ผู้ประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศติดต่อกับผู้ที่จะจัดส่งเองโดยตรงดังที่จำเลยนำสืบต่อสู้ไม่ และการที่จำเลยกับพวกรับเงินไปจากผู้เสียหายแล้วแต่ไม่ดำเนินการให้ผู้เสียหายได้เดินทางไปทำงานที่ไต้หวันตามที่จำเลยกับพวกพูดรับรองไว้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยกับพวกไม่มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายได้ทำที่ไต้หวัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง จำเลยกับพวกเคยส่งคนไปทำงานที่ไต้หวันโดยเมื่อเดินทางไปถึงจะมีนายจ้างมาคัดเลือกไปทำงาน แต่ทำงานได้๒ เดือนก็ถูกจับกุมในข้อหาว่าหนังสือเดินทางหมดอายุ เพราะออกในลักษณะนักท่องเที่ยว และจำเลยกับพวกเคยนัดหมายผู้ที่สนใจจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศมาพูดคุยที่บ้านจำเลยหลายครั้ง เมื่อจำเลยกับพวกไม่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง จึงมีความผิดในข้อหาฐานร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2724/2532 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นางเสน่ห์ศิลป์หรือ นางแก้วมี

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · นางแก้วมี - นางเสน่ห์ศิลป์หรือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายวีรวิทย์ สายสมบัติ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2936/2543ฎีกา 6863/2543ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา