⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3232-3233/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3232-3233/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น แต่ผู้ครอบครองมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ของตนเอง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์จะขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดการเพิกถอนชื่อโจทก์แล้วใส่ชื่อจำเลยหาได้ไม่ เพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่อย่างใดในทางนิติกรรมที่จะต้องโอนที่พิพาทให้แก่จำเลย เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องดำเนินการให้มีชื่อของตนในโฉนดต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาเข้าด้วยกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทตามโฉนดเลขที่ ๑๒๑๘๖ ตำบลปรุใหญ่ (โพธิ์กลาง) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จำเลยทั้งสองและบริวารได้บุกรุกเข้าครอบครองที่พิพาททั้งแปลงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทกับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มีชื่อในโฉนดที่ดินเท่านั้นแต่หามีกรรมสิทธิ์ไม่ เพราะจำเลยทั้งสองครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลังจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่พิพาทตามโฉนดเลขที่ ๑๒๑๘๖ ขอให้เพิกถอนชื่อผู้เป็นเจ้าของที่ดินในโฉนดออกเสียและใส่ชื่อจำเลยที่ ๑ แทน โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของโดยเปิดเผย และมิได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปี ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่พิพาทกับให้ใช้ค่าเสียหาย และให้ยกฟ้องคดีของจำเลยที่ ๑ ในสำนวนหลัง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๑๘๖ ให้เพิกถอนชื่อผู้เป็นเจ้าของที่ดินตามโฉนดดังกล่าวออกแล้วใส่ชื่อจำเลยที่ ๑ และให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ครอบครองที่พิพาทโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเกิน ๑๐ ปี แล้วได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนชื่อโจทก์ตามโฉนดที่พิพาทออกแล้วใส่ชื่อจำเลยที่ ๑ นั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์เท่านั้นจำเลยที่ ๑ จะขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดการเพิกถอนชื่อโจทก์และใส่ชื่อจำเลยที่ ๑ หาได้ไม่ เพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่อย่างใดในทางนิติกรรมที่จะต้องโอนที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ที่จะต้องดำเนินการให้มีชื่อของตนในโฉนดต่อไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของจำเลยที่ ๑ ที่ให้เพิกถอนชื่อผู้เป็นเจ้าของที่ดินออกและใส่ชื่อจำเลยที่ ๑ แทน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3232 - 3233/2532 นายบรรยงค์ รัตนวิภาพงศ์ โจทก์ นายแสวง สายนะรา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบรรยงค์ รัตนวิภาพงศ์ · จำเลย - นายแสวง สายนะรา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอานันท์ วรรณโกวิท · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 3375/2532ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2345/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา