⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3242/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3242/2532

ป.วิ.แพ่ง ม.292, 293

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ร้องมิใช่บริวารของจำเลย และมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยชอบ โจทก์จะใช้คำพิพากษาขับไล่จำเลยบังคับแก่ผู้ร้องมิได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาคดีถึงที่สุด ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ในชั้นบังคับคดี ผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านพิพาทผู้ร้องไม่ใช่บริวารจำเลย ซึ่งหากเป็นความจริงโจทก์จะใช้คำพิพากษาคดีนี้บังคับแก่ผู้ร้องมิได้ ทั้งตามคำร้องผู้ร้องอ้างว่าโจทก์ได้ฟ้องขับไล่ผู้ร้องกับพวกเป็นจำเลยให้ออกจากบ้านพิพาท คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล หากให้โจทก์บังคับคดีไปและภายหลังผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดีในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้ร้องดังกล่าว ก็จะกระทบถึงสิทธิของผู้ร้องอาจทำให้ผู้ร้องเสียหาย จึงต้องรับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง คดีถึงที่สุดในชั้นบังคับคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เป็นเจ้าของบ้านดังกล่าว ผู้ร้องมิใช่เป็นบริวารของจำเลย และผู้ร้องถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ให้ออกจากบ้านดังกล่าวอยู่ ขอให้ระงับการรื้อบ้านไว้ก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องกรณีไม่มีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๙๒, ๒๙๓ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นนี้ว่า มีเหตุควรรับคำร้องของผู้ร้องไว้ตามที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งมาหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ ๑๖๑/๒ ซึ่งปลูกบนที่ดินพิพาท ผู้ร้องมิใช่เป็นบริวารของจำเลย ระหว่างนี้ผู้ร้องถูกโจทก์ฟ้องให้รื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาทเป็นอีกคดีหนึ่ง จึงขอให้ระงับการรื้อถอนบ้านไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ตามคำร้องดังกล่าวเห็นว่า ผู้ร้องมิได้อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นของโจทก์คำร้องของผู้ร้องจึงมิใช่เป็นการตั้งข้อพิพาทกับโจทก์ในชั้นบังคับคดี หากแต่เป็นเพียงคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๒ ปัญหาจึงมีว่า มีเหตุสมควรให้มีการงดการบังคับคดีไว้ตามที่ขอมาหรือไม่ ในข้อนี้เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านพิพาทผู้ร้องมิใช่บริวารจำเลย ซึ่งหากเป็นความจริงโจทก์จะใช้คำพิพากษาคดีนี้บังคับแก่ผู้ร้องมิได้ ทั้งตามคำร้อง ผู้ร้องอ้างอีกว่าโจทก์ได้ฟ้องขับไล่ผู้ร้องกับพวกเป็นจำเลยให้ออกจากบ้านพิพาทเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๖๑๒/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้น คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล หากให้โจทก์บังคับคดีไป หากภายหลังผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดีในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้ร้องดังกล่าว ก็จะกระทบถึงสิทธิของผู้ร้องอาจทำให้ผู้ร้องเสียหาย จึงชอบที่จะรับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3242/2532 นายวีรศักดิ์ ปัทมาคมสัน ที่ 1 กับพวก โจทก์ นางวนิดา ศักดิ์ทอง ผู้ร้อง นางม่วย จั่นถาวร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวีรศักดิ์ ปัทมาคมสัน ที่ 1 กับพวก · ผู้ร้อง - นางวนิดา ศักดิ์ทอง · จำเลย - นางม่วย จั่นถาวร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 171/2513ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 2280/2559ฎีกา 145/2554ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1088/2533ฎีกา 39/2524ฎีกา 1634/2532ฎีกา 2747/2534ฎีกา 6360/2534ฎีกา 2207/2533ฎีกา 16/2519ฎีกา 5397/2542ฎีกา 6006/2534ฎีกา 2018/2533ฎีกา 1714/2543ฎีกา 574/2524ฎีกา 3861/2529ฎีกา 3489/2534ฎีกา 1718/2493ฎีกา 417/2504ฎีกา 6611/2538ฎีกา 3227/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา