คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3242/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ร้องมิใช่บริวารของจำเลย และมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยชอบ โจทก์จะใช้คำพิพากษาขับไล่จำเลยบังคับแก่ผู้ร้องมิได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาคดีถึงที่สุด ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ในชั้นบังคับคดี ผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านพิพาทผู้ร้องไม่ใช่บริวารจำเลย ซึ่งหากเป็นความจริงโจทก์จะใช้คำพิพากษาคดีนี้บังคับแก่ผู้ร้องมิได้ ทั้งตามคำร้องผู้ร้องอ้างว่าโจทก์ได้ฟ้องขับไล่ผู้ร้องกับพวกเป็นจำเลยให้ออกจากบ้านพิพาท คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล หากให้โจทก์บังคับคดีไปและภายหลังผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดีในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้ร้องดังกล่าว ก็จะกระทบถึงสิทธิของผู้ร้องอาจทำให้ผู้ร้องเสียหาย จึงต้องรับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง คดีถึงที่สุดในชั้นบังคับคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เป็นเจ้าของบ้านดังกล่าว ผู้ร้องมิใช่เป็นบริวารของจำเลย และผู้ร้องถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ให้ออกจากบ้านดังกล่าวอยู่ ขอให้ระงับการรื้อบ้านไว้ก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องกรณีไม่มีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๙๒, ๒๙๓ ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นนี้ว่า มีเหตุควรรับคำร้องของผู้ร้องไว้ตามที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งมาหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ ๑๖๑/๒ ซึ่งปลูกบนที่ดินพิพาท ผู้ร้องมิใช่เป็นบริวารของจำเลย ระหว่างนี้ผู้ร้องถูกโจทก์ฟ้องให้รื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาทเป็นอีกคดีหนึ่ง จึงขอให้ระงับการรื้อถอนบ้านไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ตามคำร้องดังกล่าวเห็นว่า ผู้ร้องมิได้อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นของโจทก์คำร้องของผู้ร้องจึงมิใช่เป็นการตั้งข้อพิพาทกับโจทก์ในชั้นบังคับคดี หากแต่เป็นเพียงคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๒ ปัญหาจึงมีว่า มีเหตุสมควรให้มีการงดการบังคับคดีไว้ตามที่ขอมาหรือไม่ ในข้อนี้เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านพิพาทผู้ร้องมิใช่บริวารจำเลย ซึ่งหากเป็นความจริงโจทก์จะใช้คำพิพากษาคดีนี้บังคับแก่ผู้ร้องมิได้ ทั้งตามคำร้อง ผู้ร้องอ้างอีกว่าโจทก์ได้ฟ้องขับไล่ผู้ร้องกับพวกเป็นจำเลยให้ออกจากบ้านพิพาทเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๖๑๒/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้น คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล หากให้โจทก์บังคับคดีไป หากภายหลังผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดีในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้ร้องดังกล่าว ก็จะกระทบถึงสิทธิของผู้ร้องอาจทำให้ผู้ร้องเสียหาย จึงชอบที่จะรับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3242/2532
นายวีรศักดิ์ ปัทมาคมสัน ที่ 1 กับพวก โจทก์
นางวนิดา ศักดิ์ทอง ผู้ร้อง
นางม่วย จั่นถาวร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวีรศักดิ์ ปัทมาคมสัน ที่ 1 กับพวก · ผู้ร้อง - นางวนิดา ศักดิ์ทอง · จำเลย - นางม่วย จั่นถาวร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถาวร ตันตราภรณ์ · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา