คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3339/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้ยืมลงชื่อรับเงินเดือนแทนผู้ยืมในสมุดเซ็นรับเงินเดือนของทางราชการ ถือเป็นหลักฐานการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง
ย่อคำพิพากษา
ในการชำระหนี้เงินยืม ผู้ยืมให้ผู้ให้ยืมรับเงินเดือนแทนผู้ยืมแล้วหักเงินเดือนชำระหนี้ดังกล่าว สมุดเซ็นรับเงินเดือนของทางราชการที่ผู้ให้ยืมลงชื่อรับเงินเดือนแทนผู้ยืมจึงเป็นหลักฐานการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2532)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้คืนเงินกู้ ๒,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ได้กู้เงินโจทก์ไปจริงแต่ชำระหนี้แล้ว
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีข้อวินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า สมุดเซ็นรับเงินเดือนของทางราชการที่โจทก์ลงชื่อรับเงินเดือนแทนจำเลยเป็นหลักฐานการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรคสอง หรือไม่ การวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ซึ่งถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า โจทก์ลงชื่อรับเงินเดือนแทนจำเลยแล้วหักเงินเดือนของจำเลยใช้หนี้เงินที่จำเลยกู้ยืมโจทก์ครบถ้วนแล้ว ดังนี้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ว่าเอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานการใช้เงิน ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรคสอง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3339/2532
นางเสงี่ยม สุขวงกฏ โจทก์
จ่าสิบเอกธวัชชัย เรณูรส จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเสงี่ยม สุขวงกฏ · จำเลย - จ่าสิบเอกธวัชชัย เรณูรส |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงนครราชสีมา - นางสมศรี หรูจิตตวิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ อุปนิสากร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา