คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3651-3654/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งให้นำสำนวนคดีอื่นมาผูกติดกับคดีนี้ หากคู่ความมิได้ตกลงกันให้ศาลพิพากษาโดยถือตามผลของคำพิพากษาในคดีดังกล่าว คำร้องนั้นมีความหมายเพียงขออ้างสำนวนคดีอื่นเป็นพยานเอกสารเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้นำสำนวนคดีอื่นซึ่งได้อ้างเป็นพยานไว้แล้วมาผูกติดกับคดีนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า "นำสำนวนคดีดังกล่าวมาผูกติดกับคดีนี้" แต่คู่ความมิได้ยอมรับกันว่าให้ศาลพิพากษาคดีโดยถือตามผลของคำพิพากษาในคดีดังกล่าว คำร้อง ของ โจทก์จึงมีความหมายเพียงว่า โจทก์ขออ้างถ้อยคำสำนวนตามที่ระบุในคำร้องในฐานะที่เป็นพยานเอกสารในคดีอย่างหนึ่งเท่านั้น เมื่อศาลแรงงานกลางพิเคราะห์พยานบุคคลของโจทก์จำเลยประกอบพยานเอกสารที่โจทก์อ้างแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยประสบการขาดทุน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพื่อลดค่าใช้จ่าย อุทธรณ์ของโจทก์ที่โต้เถียงว่า จำเลยมิได้ประสบการขาดทุน ยังสามารถจ้าง โจทก์ทั้งสี่ได้ จึงเป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ไม่มีบทกฎหมายใดกำหนดว่า ศาลในส่วนแพ่งที่พิพากษาในคดีหลังจำต้องถือตามคำพิพากษาในคดีแพ่งที่ได้พิพากษาไปก่อนแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่โดยให้มีผลนับแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหาขอให้จำเลยจ่ายเงินค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่เพื่อลดค่าใช้จ่ายจึงมิใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์ทั้งสี่ไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่ศาลแรงงานกลางนำสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๕๘๒๐-๕๘๒๓/๒๕๓๑ มาผูกรวมไว้ในคดีนี้ก็เนื่องจากโจทก์ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๓๒ต่อศาลความว่า โจทก์ได้อ้างสำนวนและบรรดาเอกสารในสำนวนดังกล่าวเป็นพยาน จึงขอให้นำสำนวนดังกล่าวมาผูกติดกับคดีนี้ ซึ่งศาลแรงงานกลางก็สั่งเพียงสั้น ๆ ว่า "นำสำนวนคดีดังกล่าวมาผูกติดกับคดีนี้" คู่ความหาได้ยอมรับกันไม่ว่า ให้ศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีนี้โดยถือตามผลของคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ตามคำร้องของโจทก์มีความหมายเพียงว่า โจทก์ขออ้างถ้อยคำสำนวนตามที่ระบุไว้ในคำร้องในฐานะที่เป็นพยานเอกสารในคดีอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเมื่อศาลแรงงานกลางพิเคราะห์พยานบุคคลของโจทก์จำเลยประกอบพยานเอกสารที่โจทก์อ้างแล้วได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยประสบการขาดทุนจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพื่อลดค่าใช้จ่าย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ที่โต้เถียงว่า จำเลยมิได้ประสบการขาดทุนยังสามารถจ้างโจทก์ทั้งสี่ได้ จึงเป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย และในกรณีเช่นนี้ก็มิได้มีบทกฎหมายใดกำหนดว่าศาลในส่วนแพ่งที่พิพากษาในคดีหลังจำต้องถือตามคำพิพากษาในคดีก่อนไม่ คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๕๘๒๐-๕๘๒๓/๒๕๓๑ จึงไม่ผูกมัดคดีนี้แต่ประการใด
พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3651 - 3654/2532
นายลัพย์ ดุริยะรักษ์ กับพวก โจทก์
บริษัทกู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายลัพย์ ดุริยะรักษ์ กับพวก · จำเลย - บริษัทกู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย วิวิตเสวี · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา