⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4015/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4015/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้พิจารณาคดีใหม่จะต้องแสดงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยละเอียดชัดแจ้ง มิฉะนั้นเป็นคำขอที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 อ้างเหตุว่าอาจชนะคดีโจทก์เพราะโจทก์มิได้ฟ้องบังคับจำนอง จะต้องฟ้องที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ระบุไว้ชัดแล้วว่าฟ้องบังคับจำนองด้วยจึงเป็นข้ออ้างที่ไร้สาระ ส่วนคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยที่ 2ที่ระบุว่า หากจำเลยที่ 2 มีโอกาสต่อสู้คดีแล้วจะต้องชนะคดีโจทก์แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 2 จดทะเบียนจำนอง จำเลยที่ 2 ก็ไม่ควรต้องรับผิดเกินกว่า 600,000 บาท ตามที่ระบุไว้ในสัญญาจำนอง ก็เป็นข้ออ้างลอย ๆ ไม่ได้แสดงเหตุโดยละเอียดชัดแจ้งว่าคำพิพากษาไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องอย่างไร คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองถือไม่ได้ว่าได้แสดงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยละเอียดชัดแจ้ง จึงเป็นคำขอที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้บังคับจำนองเอากับทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น และจำเลยที่ ๒ นำมาจำนองค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ ๑ไว้กับโจทก์ หรือยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ระหว่างการบังคับคดีตามคำพิพากษา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นฎีกาเพียงข้อเดียวว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ได้ระบุข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นโดยละเอียดชัดแจ้งหรือไม่ ตามคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ ๑ ระบุว่า ศาลพิพากษาให้ใช้เงินแก่โจทก์จึงคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงหากให้โอกาสแก่จำเลยที่ ๑ นำพยานหลักฐานมาต่อสู้คดี จำเลยที่ ๑อาจชนะคดีได้ เพราะโจทก์ฟ้องให้ชำระเงินกู้ ไม่ใช่ฟ้องให้บังคับจำนอง จึงต้องฟ้องที่กรุงเทพมหานคร ส่วนคำขอของจำเลยที่ ๒ ระบุว่า หากจำเลยที่ ๒ มีโอกาสสู้คดีแล้วจำเลยที่ ๒ จะต้องชนะคดีโจทก์แม้จะฟังว่าจำเลยที่ ๒ จดทะเบียนจำนองจริง แต่จำเลยที่ ๒ ก็ไม่ควรจะต้องรับผิดเกินกว่า ๖๐๐,๐๐๐ บาทตามที่ระบุไว้ในสัญญาจำนอง เห็นว่าตามคำขอของจำเลยที่ ๑ อ้างเหตุว่าอาจชนะคดีโจทก์ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องบังคับจำนอง จะต้องฟ้องที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ ๑ แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ระบุไว้ชัดแล้วว่าฟ้องบังคับจำนองด้วย จึงเป็นข้ออ้างที่ไร้สาระ ส่วนข้ออ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ว่าจะต้องชนะคดีโจทก์ก็เป็นข้ออ้างลอย ๆ ไม่ได้แสดงเหตุโดยละเอียดชัดแจ้งว่าคำพิพากษาไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ดังนั้นคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองถือไม่ได้ว่า ได้แสดงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยละเอียดชัดแจ้ง จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4015/2532 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด โจทก์ นางนฤมล คำมั่นหรือศักดิ์มั่นวงศ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นางนฤมล คำมั่นหรือศักดิ์มั่นวงศ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายศุภศักดิ์ เยาว์วิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 95/2534ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2152/2536ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 1546/2514ฎีกา 9502/2544ฎีกา 76/2523ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1323/2530ฎีกา 925/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา